วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การทำไข่เค็ม

 

การทำไข่เค็ม

 

เพื่อนบ้านได้ไข่เป็ดที่เลี้ยงเองมาฝากหลายฟอง  เลยอยากลองหัดทำไข่เค็มกินเองดูบ้าง  เพราะว่าซื้อเค้ามันก็แพง  แถมเราก็มีไข่เป็ดเองอยู่แล้ว  ค้นตำราการทำไข่เค็มเอามาร่วมแบ่งปันค่ะ

 

ชามส่วนผสมไข่เค็ม

  1. ไข่เป็ด 25 ฟอง
  2. เกลือเม็ด 3 ถ้วย
  3. น้ำ 12 ถ้วย

ชามวิธีทำไข่เค็ม

  1. ล้างไข่ให้สะอาด
  2. ใส่น้ำและเกลือลงในหม้อ ตั้งไฟพอเกลือละลาย แล้วจึงกรอง ปล่อยให้เย็น เทลงในขวดโหล
  3. ใส่ไข่เป็ดลงในโหลน้ำเกลือ ใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำวางบนไข่เพื่อถ่วงให้ไข่จม 15 วัน ใช้การได้ (นานกว่านี้จะเค็มมาก)
  4. ต้มให้สุกจะได้ไข่เค็มต้ม หรือทอดเช่นไข่ดาว

* ถ้าต้องการให้ได้ผลเร็วขึ้น เติมสารส้ม 1 ช้อนโต๊ะลงไปในน้ำเกลือที่แช่ไข่ 10 วัน รับประทานได้

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว : แกงกล้วย

แกงกล้วย

 

ในช่วงที่ครอบครัวจัดงานกฐินขึ้น  จึงได้เห็นแม่ครัวทำอาหารที่เคยรับประทานตอนเด็ก ๆ มันคือแกงกล้วยค่ะ  อร่อยอย่าบอกใคร  ดังนั้นจึงแอบถามสูตรในการแกงกล้วย นำมาร่วมแชร์  ใครว่างลองฝึกปรือกันดูนะคะ เสน่ห์ปลายจวัก  ( เค้่าว่างั้น ) ยิ้ม

 

ชามส่วนผสม

  1. กล้วยน้ำว้าดิบ 5 ลูก
  2. เนื้อหมูสามชั้น 100 กรัม
  3. ชะอมเด็ด 1 ถ้วย
  4. ชะพลูหั่นหยาบ 1 ถ้วย
  5. หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด
  7. กระเทียม 10 กลีบ
  8. หอมแดง 5 หัว
  9. ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  12. ปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
  13. เกลือ 1/2 ช้อนชา

ชามวิธีปรุง แกงกล้วย

  1. แกะเปลือกกล้วยออก หั่นบางๆ แช่ในน้ำผสมเกลือ โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
  2. คั่วเครื่องแกงให้หอม ใส่น้ำ พอเดือด ใส่หมูสามชั้น ต้มให้หมูสุก
  3. ใส่กล้วย ต้มประมาณ 10 นาที จนกล้วยสุก
  4. ใส่หอมแดงซอย ใส่ผักชะอม ใบชะพลู พอเดือด ปิดไฟ

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โน๊ตขลุ่ยพรปีใหม่

 

กลิ่่นไอของบรรยากาศเทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว  เชื่อว่าหลายคนคงกำลังคิดเตรียมการกับเทศกาลฉลองความสุขกันแน่แท้  สังเกตได้จากคำค้นที่เกี่ยวกับปีใหม่ จากเวบเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  วันนี้ลองเก็บโน๊ตขลุ่ยพรปีใหม่ ให้เข้ากับบรรยากาศส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่มาร่วมแบ่งปัน  เผื่อว่าใครกำลังคิดจะเป่าขลุ่ยเพลงพรปีใหม่ ร่วมฉลองในเทศกาลปีใหม่นี้ค่ะ

 

โน๊ตขลุ่ยพรปีใหม่

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิธีบรรเทาอาการผิวไหม้แดด

ถึงแม้ฤดูนี้จะไม่ใช่ฤดูร้อน แต่ทว่าแสงแดดในฤดูหนาวก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าฤดูอื่น  หากใครจำเป็นต้องออกแดดในช่วงเทศกาลกีฬาในฤดูนี้แล้วหล่ะก็   เลี่ยงไม่ได้แน่ ๆ กับแสงแดด สิ่งที่ตามมาก็คือ อาการผิวไหม้แดด  เพื่อที่จะไม่ให้อาการ เป็นฝ้า ตามมา จึงนำวิธีการบรรเทาอาการผิวไหม้แดดมาฝากคุณสาว ๆ ที่จำเป็นต้องตากแดด ค่ะ


1. วิธีบรรเทาอาการผิวไหม้แดด อย่างแรกคือ  ต้องหาวิธีปรับอุณหภูมิผิวหลังโดนแดดเผา   โดย
ใช้ความเย็นประคบผิวบริเวณที่ไหม้แดด อาจใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งหรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบ หรือใช้สมุนไพรตามธรรมชาติ คือ ว่านหางจระเข้   ให้ฝานเปลือกและล้างยางสีเหลือง ๆ ของ ว่านหางจระเข้ออก  แล้วนำวุ้นสีขาว มาทาบริเวณที่แสบไหม้จากอาการแสงแดดเผา   หรืออีกวิธีคือใช้ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ After-Sun นั่นจะช่วยลดอาการอักเสบของผิว  อาการบวมและช่วยผ่อนคลายความแสบร้อนของผิวที่ไหม้เกรียม แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดและการฆ่าเชื้อของเครื่องมือให้ดีก่อน เพราะผิวที่ไหม้เกรียมจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อค่อนข้างสูง  เมื่อพบว่าตนเองผิวมีอาการแสบไหม้ผิวจะต้องรีบประคบผิวให้เร็วที่สุด เลือกวิธีข้างต้น ประคบผิวไว้นิ่งๆ ประมาณ 15 นาที ทำซ้ำอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อ วัน จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
2. เมื่อผิวมีอาการแสบร้อนจากผิวไหม้แดด  ควรเลี่ยงการถูด้วยสบู่หรือครีมล้างหน้า  ใช้เพียงน้ำสะอาดแทนก็เพียงพอและปลอดภัยที่สุด รวมไปถึงงดการแต่งหน้าหรือทาแป้งรองพื้นเพื่อปกปิดริ้วรอย เพราะยิ่งเป็นการทำลายผิวมากขึ้น
3. จนกว่ารอยไหม้จากแดดจะดีขึ้น ลดการใช้เครื่องสำอางและสารบำรุงผิวต่างๆ ไว้ก่อน  สาวๆ หลายคนพอโดนแดดมากๆ จนผิวคล้ำ และอยากจะหันไปพึ่งเครื่องสำอางจำพวกไวเทนนิ่งทันที แต่ต้องขอเตือนว่าระหว่างที่ผิวยังอยู่ในสภาพการโดนเผา เครื่องสำอางเหล่านี้อาจจะยิ่งซ้ำเติมรอยแผลและการฟื้นฟูผิว ควรอดใจรอสักหน่อย ให้เวลาผิวได้ปรับตัวดีขึ้นก่อน ค่อยละเลงไวท์เทนนิ่งให้ผิวใสวิ้งอย่างที่ต้องการ
4. เมื่อรอยไหม้จากแดดดีขึ้นแล้ว เร่งเติมน้ำให้กับผิว หลังจากโดนแดดเผา ปริมาณน้ำใต้ผิวจะลดลงอย่างมาก พอสภาพรอยไหม้เริ่มดีขึ้นระดับหนึ่ง ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเติมน้ำให้กับผิวอย่างเร่งด่วน ลงโทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์บำรุง ผิวให้   มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า เพื่อคอยเติมน้ำให้ผิวอย่างเพียงพอ
5. ปกป้องน้ำในผิว การเกิดฝ้ากระ 
เมื่อผิวกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ให้บำรุงผิวเพิ่มเติมด้วยโลชั่นหรือซีรั่ม ที่มีความสามารถในการปกป้องความชุ่มชื่นในผิวสูง โดยเฉพาะสารบำรุงที่มีส่วนผสมในการช่วยยับยั้งการขยายตัวของเม็ดสีเมลานิน อย่างเช่น ส่วนผสมของวิตามินซีหรือว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจำพวกไวเทนนิ่ง ก็จะช่วยปกป้องการเกิดฝ้า และกระให้กับผิวได้ดีขึ้น พร้อมกับกลับมาแต่งหน้าสวยได้ตามปกติ
6.ทานยาบรรเทาปวด  ถ้ารู้สึกมีอาการปวดมาก ทานยาแอสไพรินหรือยาแก้ปวดเพื่อช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนของผิว ทานสักระยะหนึ่ง ระวังเรื่องอาการแพ้แอสไพรินสำหรับคนที่มีประวัติการแพ้ยา และควรพบแพทย์ผิวหนังทันที ถ้ามีอาการแผลพองรุนแรงหรือเกิดการติดเชื้อ หรืออาการไหม้ยังคงอยู่นานเกินกว่า 1 สัปดาห์  ถ้าไม่อยากถูกแสงแดดทำลายผิวพรรณ ก็ควรป้องกันโดยใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ที่เหมาะกับกิจกรรมประจำวันและผิวพรรณและควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด หรือหมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ
เครดิต: มติชนออนไลน์


SpectraBan Sunscreen SPF 50 ปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวี (20 g.) 490 บาท
From 350 บาท

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว : กะปิคั่ว

ชามเครื่องปรุง กะปิคั่ว

  1. ปลาช่อนย่างตัวขนาดเล็ก 1 ตัว
  2. กะปิดีอย่างขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  3. มะพร้าวขูดครึ่งกิโลกรัม
  4. หัวหอมแดง 7 หัว
  5. กระเทียม  1  หัว
  6. พริกไทย   5 เม็ด
  7. ตะไคร้ 1 ต้น
  8. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1 เม็ด
  9. รากผักชี  5 ราก
  10. พริกชี้ฟ้า เขียวแดง และ เหลือง อย่างละ  3- 4 เม็ด
  11. กระชาย 3 ราก
  12. เครื่องปรุง   เกลือ น้ำตาล ตามชอบ

ชามวิธีทำ กะปิคั่ว

1.  ย่างปลาช่อนทั้งตัวให้เหลือง แล้วแกะเอาแต่เนื้อ

2. พริกแห้งผ่าแกะเม็ดออก  แช่น้ำให้นิ่มแล้วบีบให้แห้ง  ใส่ครก พร้อม หัวหอม กระเทียม พริกไทย  ตะไคร้  รากผักชี  กระชาย 

3  โขลกส่วนผสมเข้ากันให้ละเอียด ใส่ปลา  และกะปิย่าง โขลกให้ละเอียดอีกครั้ง

4. คั้นกะทิประมาณ 4 –5 ถ้วย ตักแบ่งไว้ครึ่งถ้วย

5. นำกะทิส่วนที่เหลือใส่เครื่องแกงที่โขลกเข้ากัน  ยกขึ้นตั้งไฟแรงปานกลาง

6. หมั่นคนบ่อย ๆ เคี่ยวจนข้น เติมน้ำตาลปรุงรส

7. ใส่พริกชี้ฟ้าที่เด็ดก้านออกออกให้หมด

8 พอเดือดใส่หัวกะทิที่แบ่งไว้ 

9. เมือเดือดอีกครั้งให้ยกลง  รับประทานกับปลาดุกฟู และ ผักดิบ

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ขจัดคราบลิปสติกในเสื้อผ้า ด้วยสเปรย์แต่งผม

 

การขจัดคราบลิสติกในเสื้อผ้า

รอยคราบลิปสติก อาจจะทำให้คุณหนุ่ม ๆ ภูมิใจในความเจ้าเสน่ห์ของตน  แต่ถึงตอนที่จะต้องซักคราบออกนี่ซิ   เชื่อว่าคนซัก อาจจะแอบบ่นอุบ เพราะมันเป็นคราบที่ซักออกไม่ง่ายเลย  แต่วันนี้มีเทคนิคเล็ก ๆ ที่ทำให้คราบลิปสติกเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปแล้วค่ะ  วิธีการขจุัดคราบลิปสติกตามเสื้อผ้าออกให้ง่าย  ก็อาศัยสเปรย์แต่งผมของคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงก็ได้   ฉีดทิ้งไว้ สัก 10 นาที หลังจากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดออก หรือใช้ฟองน้ำ ชุบน้ำเช็ดออก แล้วค่อยซักตามขั้นตอนปกติต่อไป  แค่นี้คราบลิปสติกก็เป็นอันโบกมือลาจากเสื้อผ้าสวย ๆ ได้แล้วค่ะ

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความรู้คู่ครัว : การทำความสะอาดกระทะที่มีรอยไหม้

 

การทำความสะอาดกระทะที่มีรอยไหม้

อุปกรณ์คู่ครัว  ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคุณแม่บ้านทั้งหลาย  วันนี้เก็บเคล็ดลับในการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัว  นั่นคือ กระทะที่มีรอยไหม้มาฝากค่ะ

อุปกรณ์ในการขจัดคราบให้กระทะไหม้

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาคราบไหม้ในก้นกระทะ  คือ  อุปกรณ์ที่หาไม่ยากนัก นั่นคือ น้ำส้มสายชู และเบกิ้งโซดาค่ะ

วิธีในการขจัดคราบไหม้เริ่มจาก

การนำนำใส่ในกระทะ  เติมน้ำส้มสายชูไปสักนิด  แล้วนำขึ้นต้มในไฟร้อน  พอเริ่มเดือด ยกลง เติมเบกิ้งโซดา สัก 2 ช้อนชาลงไปในกระทะ   แล้วนำฝอยขัดมาทำความสะอาดก้นกระทะ  หากยังคงมีร่องรอยไหม้หลงเหลืออยู่  ให้เติมน้ำและเบกิ้งโซดาลงไป แล้วขัดถูออก เช่นเดิม  ในไม่ช้า  กระทะที่มีรอยไหม้ก็จะเหมือนใหม่เช่นเดิมแล้วค่ะ

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปัญหารอยแตกลายในผิวหนัง (Striae distensae)

รอยแตกลาย (Striae distensae)

เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจน  พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก คนที่กินยาสเตียรอยด์นานๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่ และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มีสเตียรอยด์ความเข้มข้นสูงนานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้   ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อยๆ อาจค่อยๆ จางลงได้

 

รอยแตกลาย

                                                  Source: rockmefabulous.com via April on Pinterest

 

การรักษารอยแตกลาย

1.ทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ

2.การรักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยแดง ในระยะที่รอยแตกลายยังเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพู

3.การใช้โปรแกรมการรักษาช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตัวขึ้นได้บ้าง

4.การใช้ Carboxytherapy เพื่อเพิ่มการไหล เวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน

การรักษารอยแตกลายมีวิธีการรักษาอยู่หลากหลายวิธี การที่คุณจะเลือกวิธีการรักษาด้วยวิธีการใดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความสามารถในการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง

เครดิต : http://www.skinhospital.co.th/

การถนอมริมฝีปากในช่วงหน้าหนาว

เข้าใกล้หน้าหนาวกันแล้ว ความชุ่มชื้นของผิวมักจะระเหยไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผิวตรงส่วนที่บอบบางอย่างบริเวณริมฝีปาก สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องนี้ เรามี "เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลริมฝีปาก" มาฝากกันค่ะ
:: วิธีถนอมริมฝีปากอย่างถูกวิธีที่สามารถทำด้วยตัวเองง่ายๆ

 


ริมฝีปากแดงดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 4-6 แก้ว เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งหรือแตกลอกเป็นขุยได้ง่าย

 
ริมฝีปากแดงก่อนนอนควรทาลิปกลอส หรือลิปมันเป็นประจำเพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันริมฝีปากแตกหรือแห้งเป็นขุยได้


ริมฝีปากแดงเวลาที่ริมฝีปากเป็นแผล หรือเป็นขุย ไม่ควรที่จะแกะเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้อาการของแผลแย่ลงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้ปากที่ลอกหายยากอีกด้วย


ริมฝีปากแดงเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าลืม ทาลิปสติกที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสียูวี
ทำความสะอาดริมฝีปากให้สะอาดหมดจดทุกครั้งเมื่อมีการแต่งแต้มสีสันบนริมฝีปาก

เครดิต: http://www.manager.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว น้ำมะขามป้อม

ฤดูฝนทีผ่านมา มะขามป้อมหน้าบ้าน ดอกบานสะพรั่ง ส่งผลให้ปีนี้มีลูกมะขามป้อมดกเต็มต้น  วันว่างจึงเก็บมาลองทำน้ำมะขามป้อมรับประทาน  สรรพคุณน้ำมะขามป้อมมีสรรพคุณมากมายค่ะ

สรรพคุณน้ำมะขามป้อม

น้ำมะขามป้อมช่วยทำให้ชุ่มคอ น้ำมะขามป้อมแก้ไอ น้ำมะขามป้อมสามารถบำรุงตับ น้ำมะขามป้อมแก้หวัด น้ำมะขามป้อมแก้กระหายน้ำ น้ำมะขามป้อมลักปิดลักเปิด น้ำมะขามป้อมแก้ท้องผูก น้ำมะขามป้อมแก้ปวดฟัน

ส่วนผสมน้ำมะขามป้อม

  • เนื้อมะขามป้อม     400    กรัม
  • น้ำ                       

ส่วนผสมน้ำเชื่อมน้ำมะขามป้อม

  • น้ำตาลทราย          150    กรัม
  • กรดมะนาว             2.0    กรัม
  • เกลือ                     0.7     กรัม
  • น้ำ

วิธีทำน้ำมะขามป้อม

  1. ผสมเนื้อมะขามป้อม  400  กรัม กับน้ำ  300   ด้วยเครื่องตีปั่นไฟฟ้าให้ละเอียด แล้วกรอง
    จะได้น้ำมะขามป้อม
  2. ผสมน้ำตาลทราย  กรดมะนาว เกลือ น้ำ ต้มให้เดือด กรอง ทิ้งไว้ให้เย็น
  3. ผสมน้ำมะขามป้อมกับน้ำเชื่อมในเครื่องตีปั่น  แล้วกรอง บรรจุขวดที่ฆ่าเชื่อ  โดยการลวกน้ำร้อน
  4. การบริโภค  โดยการแช่เย็น หรือบริโภคกับน้ำแข็ง

 

มาดูแลผิวสาวในหน้าหนาวกันเถอะ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลมหนาวมาเยือนประเทศไทยได้สัก 2-3 วันแล้ว  ถึงแม้ฤดนี้จะมีสีสันของเสื้อผาสีฉุดฉาดให้ดูสดใสงามตา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่เชื่อได้ว่า สาว ๆ หลายๆ คน ก็คงบ่นเบื่อกับ อากาศที่แห้ง  ส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นแห้งเหี่ยว  ดู
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่งามตา  วันนี้ผ่านไปเจอเคล็ดลับดุแลผิวสาว ในฤดูหนาว จึงหยิบมาฝากกันค่ะ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Source: beautybets.com via Kami on Pinterest

อาบน้ำอุ่นน้อยลง อาบน้ำเย็นบ้าง

วิธีดูแลผิวสาวข้อแรก นั่นคือการอาบน้ำค่ะ สาวๆอาจชินกับการอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ความรู้สึกสบายตัว แต่สำหรับหน้าหนาวแล้วการอาบน้ำอุ่นเป็นประจำนั้นจะไปชะล้างเอาไขมันในชั้นผิวให้ออกไปจากผิวเกินความจำเป็นและส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น รวมถึงลดความสามารถในการเก็บกักความชุ่มชื้นยิ่งไปกว่านั้นผิวที่แห้งตึงและขาดไขมันนั้นอาจจะตอบสนองกับครีมบำรุงได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นในตอนเช้าจึงอยากแนะนำสาวๆว่าลองอาบน้ำในอุณหภูมิห้องซึ่งจะไม่เย็นมากจนเกินไปหรืออาบน้ำอุ่นแล้วปิดท้ายด้วยน้ำเย็นก็พออนุโลมค่ะซึ่งจะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายพร้อมกับอากาศในช่วงเช้าได้ดียิ่งขึ้นทำให้ผิวรู้สึกกระชับ ทาครีมได้เรียบลื่นซึมง่ายอีกด้วยนะคะ

 

ขัดผิวในฤดูหนาวก็ได้นะ  มีประโยชน์เหมือนกัน
ฤดูกาลนี้กับผิวแห้งลอกเป็นของคู่กัน จนบางครั้งอาจทำให้สาวๆมีความเชื่อที่ว่าหน้าหนาวไม่ควรสครับผิว เพราะจะทำให้ผิวแห้งกร้านแต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆการสครับผิวถือเป็นกระบวนการคลาสสิคที่ช่วยให้ผิวคงความรู้สึกอ่อนเยาว์รวมถึงในหนาวนี้การสครับผิวจะช่วยเคลียร์ผิวชั้นบนสุดที่ส่วนมากเริ่มเสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและเมื่อสครับเสร็จแล้วสาวๆ จะได้ผิวที่เรียบเนียนช่วยให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงจากการทาโลชั่นหรือบอดี้ครีมได้อย่างเต็มที่และลดปัญหาผิวแห้งลอกอันเกิดจากความแห้งกร้านของอากาศในฤดูกาลนี้ดังนั้น ขอคอนเฟิร์มว่า เรายังสครับผิวได้เดือนละ 1-2 ครั้งตามปกตินะคะ

รักษาความชุ่มชื้นของผิว
สาวๆ อาจคิดว่าตอนนี้ที่อากาศยังปกติไม่หนาวไม่ร้อนไม่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วหนาวหลอกในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเริ่มลดลงแล้วค่ะ ดังนั้นผิวของสาวๆมีโอกาสแห้งตึงได้เช่นเดียวกัน ยิ่งสาวๆ ที่ต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำจะเริ่มรู้สึกว่าผิวเราเปลี่ยนไปนะ เช่น เวลาออกแดดผิวอาจรู้สึกยิบๆอันเนื่องมาจากผิวกายที่แห้งกร้านมีการขยายตัวที่รวดเร็วเมื่อเจอไออุ่นจากแสงแดด หรือสาวๆบางท่านจะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าในช่วงนี้ไม่ค่อยมีความมันวาวปรากฏให้เห็นนั่นแสดงว่าคุณได้รับอิทธิพลจากลมหนาวแล้วล่ะค่ะ

กินไขมันบ้างนะไขมันก็มีประโยชน์นะจ๊ะ
ในฤดูกาลนี้เป็นที่รู้กันของสาวๆ ญี่ปุ่นค่ะ ว่าจะต้องทานอาหารติดมันบ้างเพื่อเสริมให้ชั้นในมันในผิวมีความอิ่มฟู และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวสาวๆ จากแดนปลาดิบมักจะนิยมทานเบค่อนเพิ่มในมื้อหลักๆแต่สำหรับสาวไทยที่กลัวอ้วน การทานเบค่อนอาจทรมานใจเกินไปลองใช้เบบี้ออยล์นวดผิวให้ทั่วหลังจากสครับผิวแล้วก็จะช่วยให้ผิวมีความสามารถในการโอบอุ้มความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้นทดแทนกันได้ค่ะ

ทาโลชั่นให้ถูกวิธี
ถึง จะเบสิคแต่จำเป็นที่ต้องแนะนำค่ะ เพราะสาวๆ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบวิธีการทาโลชั่นที่ถูกวิธี เราได้เคล็ดลับนี้มาจากสปาชื่อดังของเมืองไทยค่ะ เทอราพิสแนะนำว่า ในการทาบอดี้ครีมหรือโลชั่น ไม่ใช่เพียงการกระจายครีมทั่วฝ่ามือแล้วลูบลงไปบนผิวทันที เพราะนั่นจะทำให้สาวๆ ดูแลผิวได้อย่างไม่ทั่วถึง วิธีที่ดีและอยากบอกต่อคือ นวดครีมหรือโลชั่นบนฝ่ามือ จากนั้นตบๆ ครีมลงบนผิวให้ทั่วๆ บริเวณที่จะทาเป็นอันดับแรก และเมื่อทั่วถึงแล้ว จึงค่อยลูบตามแนวรูขุมขน ไม่ลูบย้อน เพื่อให้ผิวทุกส่วนได้รับการบำรุงอย่างทั่วถึง รวมถึงช่วยลดการเกิดขนคุดบนร่างกายอีกด้วยค่ะ

 

เครดิต :  http://www.healthupdatetoday.com/

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว : หมูหวาน

เมนูเข้าครัว  หมูหวาน

เมนูวันนี้  คนสวยเจ้าเนื้ออาจจะร้องยี้ บอกว่าไม่ชอบไขมัน  แต่หารู้ไม่ ไขมันก็มีประโยชน์เช่นกันนะคะ  เพียงแต่ว่า อย่ารับเข้าไปมากนักแค่นั้นเอง   เอาเถอะน๊า…นาน ๆชิมที  อร่อยนะจ๊ะ  ปกติหลายคนจะเคยรับประทานกับ  ข้าวคลุกกะปิ  แต่ดิฉันเอง ชอบหยิบเป็นชิ้น ๆมากินเดี่ยว ๆ นี่หล่ะ  อร่อยอย่าบอกใคร  วันนี้เลยเก็บเมนู  หมูหวานมาฝากค่ะ

ชามเครื่องปรุงการทำหมูหวาน

หมูสามชั้น  1/2 กิโลกรัม

หัวหอม     5  หัว

น้ำตาลปี๊บ   น้ำปลาอย่างดี    น้ำมันพืช

ชามวิธีทำอาหาร หมูหวาน

ล้างหมูให้สะอาด  แล้วเอาไปต้มให้สุก  ตักขึ้นล้างน้ำเย็นก่อน  จึงหั่นบาง ๆ ยาว ๆ เอาน้ำต้มหมูใส่ในหม้อ  ใส่น้ำปลา  เกือบ  น้ำตาลอย่างละนิดหน่อย   แล้วใส่หมูที่หั่นเคี่ยวไฟอ่อน ๆ  ไปจนแห้ง  แล้วจึงเติมน้ำตาล น้ำปลา  แล้วนำขึ้นผัดให้เหลือง  ชิมรสดี  แล้วตักใส่จาน  โรยหน้าด้วยหอมเจียว  พร้อมเสริฟ์แล้วจ้า

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มาพับเหรียญด้วยริบบิ้น รูปดอกบัว สำหรับโปรยทานกันเถอะ

ช่วงกลางเดือนนี้  ญาติได้ปรึกษากันจะทอดกฐิน ในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา  และเป็นที่ตื่นเต้นกันยกใหญ่ สำหรับเด็ก ๆ คือ ภาระในการพับเหรียญสำหรับโปรยโรงทาน  ดิฉันเองคิดว่ามันน่าสนใจ  จึงนั่งก้ม ๆ เงย ๆ พับได้แค่ดอกเดียว แลบลิ้นปลิ้นตา ไม่พับมากกว่านั้นเพราะมันดูบิด ๆ เบี้ยว ๆ คงต้องให้ผู้ชำนาญการทำไปก่อน  ขออาสาทำอย่างอื่นในการทำบุญ เช่น ปัดกวาด ศาลาวัด ยิ้มแฉ่งไปก่อน  แต่เห็นว่าวิธีการในการพับริบบิ้นแบบนี้  ทำให้ได้งานประดิษฐ์ที่สวยงาม  อดที่จะนำมาแชร์ผ่านเวบบล็อกไม่ได้

อุปกรณ์และวิธีการในการพับเหรียญมีดังนี้ค่ะ

อุปกรณ์ในการพับเหรียญด้วยริบบิ้นสำหรับโปรยทาน

เครดิต http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2009/06/J8009797/J8009797.html

เมนูเข้าครัว : ผัดสับปะรด

เมนูเข้าครัว ผัดสับปะรด

 

ชามเครื่องปรุงผัดสับปะรด

  • สับปะรด 1 ลูก
  • เครื่องในไก่หั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 จาน
  • กระเทียม 2 หัว
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล  น้ำมันพืช   พริกชี้ฟ้าแดง

ชามวิธีทำผัดสับปะรด

เลือกซื้อสับปะรด  เอาอย่างสุกฉ่ำ  ปอกเปลือกออกแคะตาออกให้หมด  หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ  เอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพอร้อนบุบกระเทียมสับให้ละเอียด ใส่ลงเจียวจนเหลือง  ใส่เครื่องในไก่ลงผัดพอสุกใส่สับปะรด  ระยะนี้เร่งไฟให้แรง  ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขวา  น้ำตาล เติมน้ำมันนิดหน่อยพอขลุกขลิก  แล้วหั่นพริกชี้ฟ้าแดง เฉียงตามยาว ใส่ผัดพอทั่วแล้วละลายแป้งมันเทใส่ให้น้ำข้นพอดี  คนให้เข้ากันตักขึ้นใส่จาน  โรยด้วยพริกไทยป่นและผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ

เขียนบล็อกเรื่องการทำผัดสับปะรดนี้ให้น้ำลายไหลเยิ้มไปด้วย   ก็อยุ่ในช่วงเที่ยงคืนพอดี หิ๊ว หิวจัง ง่วง

เมนูเข้าครัว ยำไข่ดาว

 

การทำยำไข่ดาว

 

ชามเครื่องปรุง ยำไข่ดาว

  • เนื้อสับ    1  ถ้วย
  • ไข่เป็ด     3  ฟอง
  • ผักกาดหอม    2  ต้น
  • ขึ้นฉ่าย   5  ต้น
  • แตงกวา    3  ผล
  • หอมใหญ่      1  หัว
  • กระเทียม     10  กลีบ

รากผักชี   พริกแดง    เกลือ  น้ำส้ม  น้ำตาล  ผงชูรส (ตามชอบ )

ชามวิธีทำ  ยำไข่ดาว

  • ไข่ดาวทอดให้ริม ๆ เหลืองกรอบ
  • เจียวกระเทียม หมูสับ ใส่น้ำปลา  ตักพักไว้
  • ล้างและหั่นผัก  ปอกแตงกวา หั่นขวาง หอมใหญ่ก็เช่นกัน จัดใส่จาน
  • หั่นไข่ดาวเป็นคำ วางไว้บนผัก  โรยหน้าด้วยหมูสับที่รวนไว้  โรยด้วยพริกแดง หั่น ( เอาเม็ดออก)
  • ทำน้ำยำ  โดย  โขลกกระเทียม  รากผักชี  พริกแดงแกะเม็ดออก  เติมน้ำตาล  เกลือ น้ำส้ม  ผงชูรส ( หากชอบ ) ชิมให้รสจัด  ราดลงในจานไข่ดาว ก่อนรับประทาน

เมนูไข่แบบง่าย ๆ แต่รับรองว่าไม่อ้วน แถมคุณค่าโภชนาการครบถ้วน อย่างงี้ต้องลองเข้าครัวทำเองแล้วนะคะ ขยิบตา

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลายหลาย idea เก๋กับการผูกผ้าพันคอในหนาวนี้

 

หลากหลาย idea เก๋กับการผูกผ้าพันคอให้สุดเริ่ด

                                                                 Source: google.ca via Jordan on Pinterest

 

หน้าหนาวเริ่มเข้ามาเยือนกันแล้ว  ฤดูนี้คุณสาว ๆ จะได้หยิบชุดกันหนาว สีสันเจ็บ ๆในตู้เสื้อผ้า มาใส่ให้สวยกันแล้วหล่ะ   และอุปกรณ์ที่มักจะมีติดมือกันมาเสมอในฤดูหนาวก็คือ ผ้าพันคอไงหล่ะค่ะ  วันนี้เลยขอร่วมแชร์วิธีการผูกผ้าพันคอในแบบต่าง ๆในแต่ละแบบก็เปลี่ยนลุ๊คของเราให้ดูใหม่  นอกจากผ้าพันคอผืืนนี้จะให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวแล้ว  ยังเป็น เครื่องประดับตัวเก่ง  ช่วยให้คุณน่ามองขึ้นอีกเยอะเลยหล่ะ ไม่เชื่อต้องมาดู idea เด็ดจากวีดีโอที่นำมาฝากกันค่ะ

 

 

การทำน้ำพริกมะเขือพวง

น้ำพริกมะเขือพวง

ชามเครื่องปรุงน้ำพริกมะเขือพวง

 

1.  พริกชี้ฟ้าแดง  หอม  กระเทียม

2.  กระปิ

3.  หมูสับ

4.  มะเขือพวง

5.  น้ำตาล

6.  น้ำปลา

7.  น้ำมัน

 

ชามวิธีทำเครื่องปรุงน้ำพริกมะเขือพวง

 

1.  นำพริก  หอม  กระเทียม  มาคั่วให้หอม 

2.  แล้วก็กระปิก็ห่อใบตอง  แล้วก็เผาให้พอหอมๆ

3.  คั่วมะเขือพวงพอสุก แล้วพักไว้

4.  รวนหมูสับ  โดยใส่เกลือลงไปนิดหน่อย 

5.  นำพริก  หอม  กระเทียม  ทีคั่วไว้มาตำรวมกัน   ใส่กระปิที่เผา  ตำให้ละเอียด  แล้วเอาหมูที่รวนไว้มาโขลกรวมกัน 

6. ปรุงด้วยน้ำตาล  น้ำปลา    ใส่มะเขือพวงที่พักไว้  บุบพอแตก

7. ตั้งกระทะ  ใส่น้ำมันลงนิดหน่อย  พอกระทะร้อน  น้ำพริกมะเขือพวงที่โขลกพอบุบ ไว้ลงไปผัดพอหอม

ตังใส่ถ้วย  รับประทานกับผักสด 

รับประทานกับผักสดตามชอบเช่น ถั่วฟักยาว  แตงกวา  แต่ที่เข้ากันได้ดีมากมาก คือ ยอดกระถินริมรั้วนี่หล่ะค่ะ  อร่อยมาก ๆ ยิ้ม

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การทำแจ่วปลาทู

ช่วงปิดเทอม  พอว่างก็ต้องลองหัดเข้าครัวดูบ้าง  เห็นผักติ้วข้างบ้าน กำลังสวยอวบ วันนี้ต้องสำเร็จโทษมันซะแล้ว  ดังนั้นเย็นนี้กะต้องเป็นเมนูแบบ บ้าน ๆ สักนิด  ชอบจำพวกน้ำพริกเกือบทุกชนิด  และก็ขอน้ำพริกถ้วยโปรด  ขอเป็นแบบแนวอีสาน คือ แจ่วปลาทู  ถึงแม้จะไม่ใช่แม่ศรีเรือน  แต่ก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ขอยืนยันและการันตีว่า อิฉันทำเป็น จริง ๆ นะ


ชาม    เครื่องปรุง
ปลาทูนึ่งตัวโตๆ 2 ตัว พริกชี้ฟ้าสด พริกขี้หนู ข่า กระเทียม หอม มะนาว น้ำปลา
ชาม     วิธีทำแจ่วปลาทู
โชลก พริก ข่า กระเทียม หอมเผาให้สุก  เข้าด้วยกัน  เติมเนื้อปลาลงไปโขลกด้วย เติมน้ำปลา บีบมะนาว  ปรุงรสตามชอบ

ผักสด ๆ ข้างบ้าน มีอะไรบ้าง เด็ดมาาล้างสะอาด ๆ ทานกับ แจ่วปลาทูได้เลยจ้า

 

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข้าวต้มปลาช่อน

 

ข้าวต้มปลาช่อน

ชามเครื่องปรุง

  • ปลาช่อน
  • พริกไทย
  • คื่นช่าย
  • ตั้งฉ่าย
  • ข่าป่น
  • น้ำปลา
  • กระเทียมเจียว
  • ข้าวสวย 1 ชาม
  • น้ำมันหมู
  • ผงชูรส (ตามชอบ)

ชามวิธีทำข้าวต้มปลาช่อน

1. นำกะทะตั้งไฟ นำกระเทียวลงไปเจียวพอหอม

2. นำปลาช่อนที่เตรียมไว้ลงไปผัด

3. ปรงรสด้วย น้ำปลา  หรือผงชูรส (ตามชอบ)

4. เติมน้ำลงไปสัก 1 ชาม 

5. เอาข้าวสวยใส่ลงไปในกะทะ  เมื่อเดือดใส่ตั้งฉ่ายลงไป

6. ตักใส่ชาม โรยด้วยคื่นช่ายที่หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ  โรยข่าป่น และพริกไทย

7. เสร็จแล้วพร้อมเสริฟ์ได้แล้วค่ะ