วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สามีผู้ใจดี

 

 

ผ่านไปอ่านเจอนิทานเรื่องนี้แล้วต้องเก็บมาแชร์ต่อ  Smile

สามีผู้ใจดี

ชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน เขามักตามใจภรรยาทั้งสอง อยู่เสมอ เพราะความรักอันเต็มเปี่ยม
ภรรยาสาวนั้นอยากให้สามีวัยกลางคนดูหนุ่มเเน่นตลอดเวลา จึงถอนผมหงอกออกเสมอ
ฝ่ายภรรยาที่อายุมากก็อยากให้สามีดูมีอายุเหมือนตนจึง คอยถอนผมดำออกไปเพื่อให้เหลือเเต่ผมหงอก
วันหนึ่งสามีไปส่องกระจกเห็นตัวเองมีศรีษะล้านเลี่ยน ก็ต้องร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจสุดขีด
ข้ิอคิด
ผู้ที่ตามใจคนอื่นจนเกินไป ก็สิ้นความเป็นตัวเอง

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เลือกกระเป่าให้เข้ากับรูปร่าง

เลือกกระเป๋า ให้เหมาะกับรูปร่าง

กระเป๋าถือ

+ กระเป๋าสะพาย
         กระเป๋าสะพายที่มีความยาวระดับเอว จะช่วยอำพรางรูปร่าง ให้คุณดูไม่ตันจนเกินไป จึงเหมาะกับสาวที่มีหน้าอกใหญ่ และไหล่กว้างเป็นที่สุด  แต่ที่ห้ามเด็ดขาด!!  ก็คือ กระเป๋าที่มีสายสะพายสั้น เพราะจะยิ่งเน้นให้ช่วงบนของคุณดูตันมากขึ้น


shopping

+ กระเป๋าขนาดใหญ่
         เหมาะ มากๆ สำหรับสาวโครงใหญ่และมีกระดูกใหญ่ เพราะกระเป๋าทรงนี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างร่างกายและกระเป๋า ไม่ให้สิ่งใดเล็กหรือใหญ่จนเกินไป

เลือกกระเป๋า

+ กระเป๋าสายสั้นแอบเก๋
           กระเป๋าเก๋ๆ แบบนี้เหมาะมากสำหรับสาวที่มีเอวหนา  สะโพกใหญ่  และมีหน้าท้อง  เพราะดีไซน์เก๋ๆ หรือลูกเล่นของกระเป๋าจะช่วยเบนความสนใจของผู้พบเห็น ให้ไม่ไปสนใจจุดบกพร่องบนร่างกายได้
กระเป๋าทรงยาวแคบ

+ กระเป๋าทรงยาว และแคบ
              เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างเล็ก เพราะกระเป๋าทรงนี้จะช่วยทำให้ร่างกายสูง และสง่าขึ้น ส่วนกระเป๋าที่ห้ามใช้เด็ดขาด!! ก็คือ กระเป๋าขนาดใหญ่ เพราะจะยิ่งทำให้ดูตัวเล็กกว่าปกติ
กระเป่าขนาดใหญ่ปานกลาง

+ กระเป๋าขนาดใหญ่ปานกลาง
           คนที่มีรูปร่างผอมสูง ควรที่จะหากระเป๋าทรงนี้มาใช้โดยด่วน และควรที่จะมีขนาดใหญ่ปานกลาง ทรงกว้าง และถ้าให้ดีที่สุดควรที่จะเป็นกระเป๋าที่ทำมาจากหนังนิ่ม ที่ไม่เน้นรูปทรง  เพราะจะช่วยปรับลุคให้เป็นสาวที่มีสไตล์มากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก  www.ladysquare.com

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เท้าเหม็นปัญหานี้แก้ได้

                                                   เท้าเหม็นปัญหานี้แก้ได้

สุขภาพเท้า

มีครั้นหนึ่งที่ต้องสวมรองเท้าคัทชูไปสมัครงาน   ด้วยความที่ไม่เคยใส่  แถมวันนั้นอากาศร้อนสุด ๆ เหงื่อออกเต็มเท้า   เป็นหตุให้  ผู้สัมภาษณ์กับคนถูกสัมภาษณ์นั่งทนเหม็นกลิ่นเท้าไปด้วยกัน  เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว  แต่ก็ยังเก็บมาอายไม่รู้จบสักที Crying face วันนี้ขอนำเรื่องปัญหากลิ่นเท้ามาร่วมแชร์ค่ะ
สาเหตุของปัญหาเท้าเหม็น
          เท้ามีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่า 250,000 ต่อม หรือเท่ากับ 3,000 ต่อมต่อตารางนิ้ว ซึ่งเมื่อเทียบต่อพื้นที่ผิวหนังหนึ่งนิ้วพบว่า มีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่าต่อมอื่น ๆ เหงื่อที่ถูกผลิตออกมามากมายทำให้ผิวที่เท้าอ่อนนุ่ม ถ้าไม่มีเหงื่อ ผิวก็จะแห้งแตก ทำให้เจ็บเวลาเดิน
ต่อมเหงื่อที่เท้าต่างจากต่อมเหงื่อบริเวณอื่นของร่างกาย ต่อมเหงื่อที่เท้าผลิตเหงื่อตลอดเวลา ไม่ว่าจะในช่วงอากาศร้อน หรือระหว่างออกกำลังกาย และเมื่อเท้าสามารถผลิตเหงื่ออกมาได้ถึงสัปดาห์ละ 4.5 ลิตร ทำให้เกิดความขึ้นมากมายกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่อยู่ในจุดซ่อนเร้น และนี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา
          เหงื่อไม่ได้มีกลิ่นเหม็น แต่แบคทีเรียที่อยู่บนผิวต่างหากที่เป็นต้นตอของกลิ่นอับชื้น เท้าซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าตลอดวัน นั่นอาจทำให้อุณหภูมิที่เท้าพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดยกินของเสียที่อยู่ในเหงื่อและอินทรีย์วัตถุอื่น ๆ ที่อยู่ในถุงเท้าและรองเท้า ยิ่งแบคทีเรียขยายพันธ์มากเท่าไร กลิ่นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

การป้องกันปัญหาเท้าเหม็น

ล้างเท้าให้สะอาด ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ห้ามใช้น้ำร้อน เด็ดขาด ใช้หินพัมมิซขัดผิวหนังเท้าที่หยาบกร้านออก เพราะผิวที่ตายแล้วเหล่านี้จะเป็นจุดอับชื้น ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นการเช็ดเท้าให้แห้งสนิทจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรโรยแป้งทาตัวให้ทั่วเท้าและซอกเท้า
พักเท้า ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับเกินไป เพราะจะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้า และหาโอกาสให้เท้าได้พักบ้าง
ปลดปล่อยเท้า เพื่อให้เท้าได้หายใจ ระบายเหงื่อและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างปลอดโปร่ง ควรถอดรองเท้าและถุงเท้าออก หัดเดินเท้าเปล่าบ้าง
สวมถุงเท้าผ้าฝ้าย ถุงเท้าควรดูดซับน้ำได้ดี ถุงเท้าผ้าฝ้ายเหมาะที่สุด ถุงเท้าที่ทำจากขนสัตว์อุ่นเกินไป ไม่เหมาะกับเท้าที่มีเหงื่อออกมาก หลีกเลี่ยงถุงเท้าในลอน เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน อย่าสวมถุงเท้าที่สกปรกซ้ำ ๆ
ซักถุงเท้าอย่างถูกวิธี นำถุงเท้าไปแช่ในน้ำร้อน แล้วค่อยซักกับผงซักฟอก จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซักเสร็จตากให้แห้ง
สวมรองเท้าหนัง อย่าสวมรองเท้าผ้าใบนาน ๆ เพราะทำจากใยสังเคราะห์ จึงมีอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เช่นเดียวกับรองเท้าที่ทำจากพลาสติก
สวมรองเท้าคู่อื่นบ้าง อย่าสวมรองเท้าคู่เดิม 2 วันต่อเนื่องกัน ใช้รองเท้าสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อให้รองเท้ามีโอกาสแห้ง นำรองเท้าออกมาผึ่งลมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เก็บรองเท้าที่ไม่ใช้ไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี
ทำความสะอาดรองเท้า ถ้ารองเท้าอับชื้น นำไปผึ่งแดด จนแห้งสนิทจริง ๆ รวมถึงแกะเชือกรองเท้าออกทั้งหมด ยกลิ้นรองเท้าขึ้นเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเททั่วถึงทั้งรองเท้าด้านใน ใช้แอลกอฮอล์เช็ดภายในรองเท้า สำหรับรองเท้าที่ซักล้างได้สามารถทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก และน้ำร้อนได้ หากทำความสะอาดแล้วยังไม่หายเหม็น โยนรองเท้าคู่นั้นทิ้งซะ

การแก้ปัญหาเท้าเหม็น
ล้างเท้าด้วยทีทรีออยล์ หรือน้ำมันสะระแหน่ ช่วยระงับกลิ่นเท้าได้ เพราะมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่พึงระวังหากคุณมีผิวแพ้ง่าย อย่าใช้น้ำมันสะระแหน่ หากคุณกำลังตั้งครรภ์
แช่เท้าในชาดำ (ชา 2 ถุงแช่ในน้ำ 8 ถ้วย) กรดแทนนิกในชาช่วยระงับกลิ่นได้ ขณะเดียวกันชายังมีสรรพคุณเป็นยาสมานแผลด้วย   ขอการันตีว่าวิธีนี้ได้ผลค่ะ Smile
ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าฉีดพ่นบริเวณฝ่าเท้าก่อนสวมรองเท้าทุกครั้ง เพื่อกดดันแบคทีเรียที่ออกมากับเหงื่อให้ทำงานไม่สะดวก
ใช้ยาดับกลิ่น ถ้าเท้ามีกลิ่นแรง อาจใช้ยาดับกลิ่นที่มีสารอลูมิเนียม เช่น aluminium chlorohydrate ทาเท้า แล้วสวมถุงเท้าก่อนนอน
             หากทำทุกขั้นตอนที่กล่าวมาแล้วไม่ได้าผล  เหลือขั้นตอนสุดท้าย ปรึกษาแพทย์ค่ะ  แพทย์จะจ่ายยาที่ทำให้เท้าแห้งหรือยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การรักษาวิธีอื่น ๆ เช่น การทำไอออนโตโฟเรวิส โดยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านน้ำขณะที่เท้าแช่น้ำ เพื่อลดเหงื่อที่ออกมากให้เป็นปกติ โบท็อกซ์ที่ใช้รักษาเหงื่อออกมากขึ้นรักแร้ ก็สามารถนำมาใช้รักษาโรคเท้าเหม็นได้ด้วย โดยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่ฝ่าเท้าเพื่อลดเหงื่อที่ออกมาก ๆ ประมาณ 6-12 เดือนก็จะเห็นผล แต่พึงระวังฝ่าเท้า และผิวหนังที่เท้าเป็นจุดที่อ่อนไหว จึงอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

เครดิต : http://health.kapook.com/

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แดดจ๋า ผิวลาก่อน



อากาศเมืองไทย  ร้อนซะยิ่งกว่าตับจะกระโดนออกมาแลบซ้าย แลบขวา  วันไหนวันหยุดไม่คิดอยากจะออกจากบ้านไปที่ใดเลย   ทั้ง ๆ ที่อยู่ในชนบท อากาศก็ยิ่งร้อน  นึกถึงสภาพหลายคนที่อยู่ในเมืองกรุง  ความแออัดจะทำให้อากาศร้อนเพิ่มขึ้นกว่ากันเท่าใด  เมื่ออากาศร้อนขนาดนี้   เมื่อก่อนไม่เคยพกร่มติดตัว  ไม่เคยทาครีมกันแดดในขณะที่อยู่ในบ้าน  เพราะรู้สึกว่าเหนอะหน่ะ  แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เสียแล้ว   หากวันใดออกแดดนานไปนิด  หน้าไหม้  วันรุ่งขึ้นลอกเป็นขุยๆ  ไอ้ที่ไม่เคยรักสวยรักงามเสียด้วยซ้ำ  ในกระเป๋าต้องมีครีมกันแดดเพิ่มขึ้นมา Winking smile  ลองตามมาดูวิธีการป้องกันแสงแดดที่ไปเก็บมาจากวารสาร  น่าสนใจทีเดียวค่ะ
วิธีป้องกันแสงแดดสำหรับผิวสวย
1. ทาครีมกันแดดล่วงหน้า 30 นาทีก่อนเผชิญแสงแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง และทุกครั้งหลังว่ายน้ำควรจะทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันผิวอีกชั้นหนึ่ง
2. เลือกใช้ครีมกันแดด สำหรับกิจกรรมทางน้ำที่มีคำว่า Water Proof (ที่จะกันแดดได้นาน 80 นาที) และ Water Resistant (จะกันแดดได้นาน 40 นาที) ทุกครั้ง
3. ทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ และควรจะทาเลยไปที่บริเวณคอและแขนด้วยเพื่อความงามอย่างทั่วถึง
4. การเติมครีมกันแดดในระหว่างวันโดยไม่ต้องล้างหน้านั้นให้ซับเหงื่อซับมันออกจากหน้าเสียก่อนแล้วใช้นิ้วกลางป้ายครีมมาแตะๆ ให้ทั่วหน้า แทนการละเลงครีมไปทั่วหน้าก่อนจะทาแป้งซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
5. แม้จะทาครีมกันแดดหลังจากตากแดดแรงๆ แล้ว ควรดื่มน้ำตลอดเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ (Dehydrated)ตรงไหนที่ตากแดดแรงๆ เป็นเวลานาน ควรจะทา After Sun ที่ช่วยให้บรรเทาอาการแสบร้อน เลือกที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและว่านหางจระเข้ และไม่ควรโดนแดดแรงๆ อีกสักพัก
6. แยกใช้ผลิตภัณฑ์ผิวหน้าและผิวกาย ควรใช้เฉพาะจุดที่กำหนด เช่น ใช้ทาหน้า ทาตัว ทามือ และที่สำคัญควรตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุด้วย ควรเลือกวันที่ผลิตจนถึง ณ ปัจจุบันมีอายุไม่เกิน 1 ปี
7. ถ้าผิวกลายเป็นสีชมพูเข้ม รู้สึกร้อนและไหม้ ให้ประคบผิวบริเวณนั้นด้วยน้ำเย็นผสมนมสด ห้ามใช้น้ำแข็งประคบเพราะจะทำให้ยิ่งไหม้ จากนั้น ชโลมผิวด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของอโลเวราและไม่ควรใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำถูโดยเด็ดขาด
8. แต่ถ้าผิวเป็นสีแดงจัด เป็นรอยย่นจนเห็นได้ชัด ควรอาบน้ำและชโลมผิวเหมือนข้อแรก ทานยาแอสไพรินทุกๆ 4 ชั่วโมง จากนั้นให้ไปพบแพทย์ แต่ถ้าพบว่ามีผิวเป็นสีแดง มีตุ่มน้ำใสๆ มีไข้ หนาวสั่น ให้ทานยาแอสไพรินแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
9. ในช่วงเวลากลางวัน ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอที่จะป้องกันแสงแดดที่ส่องผ่านเข้าสู่ผิวหนังรวมทั้งแว่นตาป้องกันรังสี UVB อันเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังซึ่งอาจจะเกิดขึ้นบริเวณหนังตาที่บอบบางและไวต่อแสงเป็นพิเศษ รวมทั้งถุงมือที่ช่วยป้องกันบริเวณหลังมือที่มักเป็นตำแหน่งที่เกิดมะเร็งผิวหนังมากที่สุดเช่นกัน

ที่มาหนังสือ  ดาราเดลี่
SpectraBan Sunscreen SPF 50 ปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวี (20 g.) 490 บาท
From 350 บาท

หลักในการเลือกรองเท้า

 

หลักในการเลือกรองเท้า

เท้าเป็นอวัยวะส่วนล่างสุดของร่างกายที่คนส่วนใหญ่ให้เวลาและความสนใจดูแลน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ คุณทราบไหมว่า ในชีวิตของคนเรา เราใช้เท้าเดินเป็นระยะทางกว่า 184,000 กิโลเมตร หรือมากกว่า 4 เท่าของระยะทางรอบโลกเลยทีเดียว ดังนั้น รองเท้าที่เหมาะสมและถูกต้องกับเท้าของคุณเท่านั้นที่จะทำให้เท้าของคุณมีสุขภาพที่ดี และสามารถพาคุณเดินทางไปได้ไกลแสนไกลเท่าที่ใจคุณต้องการ

เมื่อต้องการรองเท้าคู่ใหม่ควรคำนึงถึง

จุดประสงค์ของรองเท้า เช่น รองเท้ากีฬา รองเท้าทำงาน รองเท้าเดินทางเป็นต้น เลือกแบบที่เหมาะสมกับจุดประสงค์ที่ต้องการ

สำรวจเท้าของคุณก่อนเสมอ เช่น คุณมีปัญหาเท้าแบน ปวดส้นเท้า หรือโคนนิ้วเท้า ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมและไม่ทำให้ปัญหาเหล่านี้เป็นมากขึ้น

เลือกรองเท้าอย่างไรจึงจะถูกใจเท้าของคุณ

การเลือกรองเท้าที่เหมาะควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้คือ

1. พื้นรองเท้าด้านนอก ควรมีความแข็งแรง ทำด้วยวัสดุเกาะกับพื้นถนนได้ดี ไม่ลื่นเวลาเดิน และมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับได้ตามสภาพพื้นต่าง ๆ

2. พื้นรองเท้าด้านใน ควรมีวัสดุที่รองรับแรงกระแทกบุบริเวณ

3. โค้งของอุ้งเท้า เพื่อกระจายน้ำหนักที่ตกลงบนเท้าให้กระจายออกไปอย่างสม่ำเสมอ

4. ฝ่าเท้า เพื่อลดแรงกระแทกขณะเดินบนพื้นแข็ง

5. ส้นรองเท้า สำหรับคุณสุภาพสตรี การสวมรองเท้าส้นสูงจะทำให้ดูดีและเสริมบุคลิกภาพ แต่คุณทราบไหมว่า รองเท้าที่สูงเกินไป ทำให้เท้าของคุณสูญเสียภาวะสมดุล มีโอกาสเกิดเท้าพลิกและข้อเท้าแพลงได้ นอกจากนี้ การใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน จะทำให้ความโค้งของหลังเปลี่ยนแปลงและปวดหลังง่ายขึ้น ความสูงของรองเท้าที่เหมาะสมคือ 1/2 - 1 นิ้ว

6. ตัวรองเท้า ควรทำด้วยหนังที่มีคุณสมบัติในการระบายอากาศและปรับเข้ากับรูปเท้าได้ดี

7. ความพอดีของรองเท้า

8. เวลาที่เหมาะสมในการซื้อรองเท้าคือเวลาบ่าย ๆ เนื่องจากเท้าจะขยายตัวมากที่สุด

9. ขนาดของรองเท้าแตกต่างกันตามยี่ห้อและแบบของรองเท้า ไม่ควรซื้อรองเท้าตามขนาดเดิมที่คุณใส่โดยไม่ได้รองสวมดูก่อน

10. วัดเท้าทั้ง 2 ข้างทุกครั้งก่อนซื้อรองเท้า เนื่องจากขนาดจะเปลี่ยนแปลงตามอายุ และโดยปกติขนาดเท้า 2 ข้างจะต่างกัน ควรเลือกซื้อรองเท้าตามขนาดเท้าข้างที่ใหญ่กว่า

11. อย่าซื้อรองเท้าที่คับ เพราะคิดว่ารองเท้าจะยืดออกตามเวลาเมื่อใส่ไปนาน ๆ

12. เลือกแบบรองเท้าที่เข้ากับรูปเท้าของคุณมากที่สุด โดยส่วนกว้างที่สุดของรองเท้า และเท้าคุณควรมีขนาดไม่ต่างกัน

13. เมื่อลองสวมดูส่วนหัวรองเท้าควรกว้างพอที่จะขยับนิ้วเท้าได้

14. ความยาวของรองเท้าพอเหมาะ ควรทดสอบขณะยืน รองเท้าควรยาวกว่านิ้วที่ยาวที่สุดของคุณประมาณ 3/8 - 1/2 นิ้ว ด้านหลังของรองเท้าควรแข็งแรงและกระชับพอดีกับส้นเท้าของคุณ โดยเลื่อนขึ้นลงได้เล็กน้อยขณะเดิน แต่ไม่ควรหลุดจากเท้าของคุณ

15. เมื่อเลือกได้รองเท้าคู่ถูกใจแล้ว ควรทดลองใส่แล้วเดินดู ว่าขนาดพอดีและให้ความสบายกับเท้ามากพอที่คุณจะตัดสินใจเลือกเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับคุณบนโลกกลม ๆ ใบนี้

อ้างอิงจาก

http://www.thairunning.com/

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สวยมีเสน่ห์ ด้วย เซน

 
 

ผ่านไปเจอนิทานเรื่องนี้  อ่านแล้วอ่านอีก Smile  ประทับใจมากมาย ลองอ่านเล่น ๆ ด้วยกันดูนะคะ

สวย มีเสน่ห์ ด้วย เซน

มีอุบาสิกาหญิงคนหนึ่ง เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรืออำนาจวาสนา หรือความสวยงามภายนอก เรียกได้ว่า หาคนเปรียบเทียบได้ยาก แต่ก็ยังไม่มีใครมารักมาชอบ ไม่มีแม้แต่คนที่มาคุยถูกคอ จึงไปขอคำชี้แนะจากพระอาจารย์ ว่าทำยังไงถึงจะมีเสน่ห์ให้คนมารักมาชอบ
พระอาจารย์เลยตอบว่า ถ้าเจ้าสามารถร่วมงานกับผู้อื่น ด้วยจิตที่มีเมตตา พูดจาด้วยคำเซน ฟังเสียงของเซน ทำเรื่องราวเกี่ยวกับเซน ใช้จิตของเซน เจ้าจะกลายเป็นผู้มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนมากที่สุด
คำของเซน พูดยังไงเจ้าคะ?” อุบาสิกานั้นถาม
“คำของเซน คือพูดแต่เรื่องเรื่องดีๆ พูดแต่ความจริง พูดจาอ่อนน้อมถ่อมตน พูดแต่เรื่องที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น”
แล้วเสียงของเซน ฟังยังไงเจ้าคะ?”
“เสียงของเซนคือทำเสียงทั้งหมดให้เป็นเสียงละเอียดอ่อน ทำเสียงด่าทอเป็นเสียงที่มีเมตตา ทำเสียงดูถูกเหยียดหยามเป็นเสียงที่คิดจะช่วยเหลือ และถ้าเจ้าฟังเสียงร้องไห้ เสียงวุ่นวาย เสียงหยาบ เสียงน่าเกลียด โดยที่เจ้าก็ไม่ถือสา นั่นคือเสียงของเซน”
แล้วเรื่องราวของเซนทำยังไงเจ้าคะ
“เรื่องของเซนคือ ทำบุญบริจาค ช่วยเหลือ งานกุศล ช่วยบรรเทาสาธารณภัย ทำสิ่งที่ถูกต้องตามศีลธรรม”
แล้วจิตของเซนใช้ยังไงเจ้าคะ
จิตของเซนคือ จิตของเจ้า ของข้าพเจ้า ของปุถุชน ของอริยะชน ล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน เป็นจิตที่ห่อหุ้มสรรพสิ่ง เป็นประโยชน์ให้กับสรรพสิ่ง


หลังจากที่อุบาสิกาท่านนั้นได้ฟังคำชี้แนะจากพระอาจารย์ จึงเปลี่ยน ความเย่อหยิ่งจองหองที่มีอยู่เดิม ไม่คุยโวโอ้อวดถึงฐานะตนเองต่อหน้าผู้อื่น ไม่ยกยอตัวเองว่าสวยเลอเลิศกว่าคนอื่น และมักจะอ่อนน้อมและมีมรรยาทต่อผู้อื่น เป็นห่วงเป็นใยและดูแลเอาใจใส่ต่อคนในปกครอง เมื่อปฏิบัติเช่นนี้ไปนานเข้า อุบาสิกาท่านนั้นก็ได้รับฉายาจากผู้อื่นว่า
“เป็นอุบาสิกาที่มีเสน่ห์มากที่สุด”

ประโยชน์ของการอ่าน |Reading

ประโยชน์ของการอ่าน

 

 
ประโยชน์ของการอ่าน

1. ได้รับความรู้ ความคิดเห็น อันนำไปสู่การเกิดปัญญา

          มีหลายครั้งที่ยามมีปัญหาคับอกคับใจไม่สามารถปรึกษาใครได้ การอ่านเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ได้รับความรู้แก้ปัญหาตลอดจนมองเห็นหนทางในการแก้ปัญหาได้กระจ่าง ชัดเจนขึ้น

2. เกิดจินตนาการ

          หนังสือสร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ผู้อ่านจึงได้ซึมซาบจินตนาการเหล่านั้นเข้าไว้ในจิตใจ ตลอดจนเกิดประกายสรรค์สร้างจินตนาการที่เจิดจรัสขึ้นมาในชีวิตของตนเอง มนุษย์ต่างกับสัตว์โลกตรงการมีจินตนาการ ใครมีชีวิตจริงที่แสนจะแห้งแล้งเพราะกิจวัตรประจำวันและภาระหน้าที่ที่ แสนซ้ำซากจำเจ ลองหาหนังสือที่คุณพอใจสักเล่ม หยิบมันขึ้นมาอ่าน เพื่อจุดประกายจินตนาการให้กับชีวิต

3. ได้รับประสบการณ์

          มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็น อยากทำนั่นอยากทำนี่ แต่ก็มีกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานอีกหลายอย่างที่กีดกันไม่ให้เราทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดังใจฝันหากเราได้สามารถทำสิ่งที่ต้องการนั่นคือ การได้รับประสบการณ์ตรง เพราะเราได้ไปสัมผัสกับสิ่งนั้นๆ เอง ในทางตรงกันข้ามหากมีบางอย่างก็ใช่ว่าเราจะหมดหวังเสียทีเดียวการอ่านเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ทางอ้อมให้กับมนุษย์ใครล่ะจะรู้ว่าเมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ประสบการณ์ทางอ้อมที่เราได้รับจากการอ่านจะช่วยเราไว้ได้

นักเขียนหลายคนบรรยายฉากการเสพย์ติด และอารมณ์ที่บรรเจิดได้อย่างดีเยี่ยม จนผู้อ่านอาจหลงคิดว่าผู้เขียนท่าจะเคยลองเสพจริงๆ แต่จริงๆ แล้วเกิดจากการที่ผู้เขียนอ่าน และศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเกิดประสบการณ์ทางอ้อมนั่นเอง

4. ได้พักผ่อน และได้รับความบันเทิง

          การอ่านหนังสือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งที่ประหยัดและปลอดภัยตัวผู้เขียนเองนอกจากจะต้องอ่านตำราต่างๆ เพื่อมาเตรียมการสอนแล้ว นอกเหนือเวลาทำงานผู้เขียนยังใช้การอ่านเป็นการสร้างความบันเทิงให้กับชีวิต การมีหนังสือดีๆ อ่านแม้สักเล่มเท่ากับมีเพื่อนคลายเหงาที่ดีผู้หนึ่ง

5. การอ่านเป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง

          เมื่อพูดถึงคำว่าสมาธิ หลายๆ คนคงนึกถึงวัด พระ ความศักดิ์สิทธิ์ และความยิ่งใหญ่แต่ความจริงแล้วเราสามรถสร้างสมาธิได้จากการอ่านหนังสือเพราะการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยสมาธิ การรวบรวมความสนใจให้เพ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งในที่นี้หมายถึงตัวหนังสือที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเป็นทิวแถว ยังไม่เคยพบเห็นใครที่ขณะอ่านหนังสือแล้วจะประกอบกิจกรรมอย่างอื่นไปได้ด้วยดี

โดย : อาจารย์ บงกช สิงหกุล ภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  รวบรวมโดย : สถาบันเด็ก มูลนิธิเด็ก http://www.childthai.org

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สูตรไม่ลับสำหรับหมักผมสวย |hair


สาเหตุเพราะมักชอบยืดผมทุก ๆ ปี  จึงจำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนมากจะซื้อครีมหมักผม  ทรีทเมนท์หลากหลายยี่ห้อมาใช้  วันนี้จึงลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับสูตรหมักผม จึงได้พบสารพัดสูตร  เหมาะสำหรับสภาพเส้นผมของแต่ละคน   รวมทั้งได้สูตรรักษาผมแตกปลายให้ตนเองด้วย  วันนี้ขอแชร์ร่วมกันค่ะ Smile

สูตรสำหรับสาวผมแห้ง ปัญหาใหญ่ของสาวผมแห้งคงจะหนีไม่พ้นสภาพผมที่แห้งพันกันยุ่งเหยิง โดยเฉพาะเวลาโดนลมหนัก ๆ เข้าหน่อยก็หวียากซะแล้ว 
            ดังนั้น การหมักผมที่ดีที่สุดก็ควรจะใช้น้ำมันหมักค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา หรือน้ำมันมะกอก โดยหมักทิ้งไว้ก่อนสระผมประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วนวดให้น้ำมันซึมเข้าสู่เส้นผม เสร็จแล้วล้างออก ทำอย่างนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และหลีกเลี่ยงการไดร์ผมอย่างเด็ดขาดจะดีที่สุดค่ะ เพราะยิ่งทำให้ผมแห้งเข้าไปใหญ่นะเออ

สูตรสำหรับสาวผมแตกปลาย สำหรับสาว ๆ ที่มีผมแตกปลาย ให้นำไข่แดงมาตีเข้ากับน้ำส้มสายชู หรืออาจผสมน้ำส้มสายชูลงในแชมพูซัก 1 ช้อนโต๊ะก็ได้ จากนั้นให้สระผมแล้วนวดให้ทั่วโดยเฉพาะบริเวณปลายผม น้ำส้มสายชูจะช่วยให้เส้นผมคุณเงางามขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันค่ะ

สูตรสำหรับสาวผมมัน สำหรับสาวผมมัน ให้คุณใช้ไข่ขาวผสมกับน้ำอุ่นดูค่ะ โดยผสมไข่ขาว 1 ฟองกับน้ำอุ่นในปริมาณที่เท่ากัน หลังจากนั้นนำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผมจะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

สูตรสำหรับสาวที่มีปัญหารังแค น้ำมันมะพร้าวเป็นกุญแจสำคัญเลยล่ะค่ะ เพราะมันจะทำให้รังแคบนหนังศีรษะของคุณค่อย ๆ หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ 
            สำหรับวิธีการหมักผมนั้น ให้คุณใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย ชโลมผมทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงหรือหากเป็นวันหยุดก็สามารถหมักไว้ทั้งวันได้ ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้งจะทำให้ปัญหารังแคบนหนังศีรษะของคุณค่อย ๆ หายไป และยังช่วยให้ผมคุณมีน้ำหนักขึ้นอีกด้วยค่ะ

สูตรสำหรับสาวผมเสีย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีผมเสียอย่างหนักไม่ว่าจากการดัด ทำสี ย้อม ยืด ก็ตาม ใจเย็น ๆ ค่ะ สมุนไพรที่นำมาหมักผมนั้นอาจจะเยอะหน่อยแต่รับรองว่าได้ผลเลยทีเดียว สำหรับสาวผมเสียนั้น ให้คุณหมักผมได้วันเว้นวันโดยใช้วัตถุดิบในการหมักผมที่ต่างกันไป 
            โดยแบ่งเป็น 2 สูตร ดังนี้ สูตรแรกให้คุณใช้ไข่แดงผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก ผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วสระตามปกติ จากนั้นให้เว้น 1 วัน ก่อนจะใช้สูตรที่สองคือ น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าวและไข่แดง ผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้นาน ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำอย่างนี้ไม่เกิน 2 สัปดาห์คุณจะเริ่มเห็นผลค่ะ

สูตรสำหรับสาวที่มีปัญหาผมร่วง เพราะผมร่วงบ่งบอกให้เห็นว่าผมของเรานั้นอ่อนแออย่างมาก ดังนั้นสิ่งแรกที่สาว ๆ ที่มีผมร่วงควรจะทำนั่นคือการหาแชมพูสูตรอ่อนโยนมาใช้เสียก่อนค่ะ โดยอาจจะใช้เป็นสมุนไพรที่มีส่วนผสมของอัญชันหรือขิง ซึ่งช่วยในเรื่องของผมร่วงได้ดีเลยทีเดียว เมื่อใช้ยาสระผมสูตรอ่อนโยนแล้ว ต่อไปให้คุณหมักผมด้วยขิงค่ะ คือ ให้ใช้ขิงสดมาเผาไฟแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมน้ำแล้วชโลมให้ทั่วศีรษะทุกวัน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ไม่เกิน 2 สัปดาห์ผมก็จะร่วงน้อยลง อ้อ.. หรือคุณอาจจะใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผมควบคู่กันไปด้วยก็ได้ค่ะ
ที่เหลือก็คงต้องทดลองใช้  พร้อมดูแลอย่างสม่ำเสมอนะคะ   เค้าว่ากันว่า “ ผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ “Smile
ขอบคุณข้อมูลจาก women.kapook.com


From 199 บาท

การเลือกเนคไท |Necktie

เนคไท นับว่าเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของการแต่งกายในปัจจุบัน อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกผ้า ลวดลาย และการเก็บรักษา จึงเป็นสิ่งที่ควรจะทำความเข้าใจ โดยเฉพาะกับนักศึกษาที่กำลังก้าวเข้าสู่อาชีพการงาน ซึ่งจำเป็นต้องสัมผัสและใช้งาน "เนคไท"
เนคไท ลายขวาง เป็นเนคไทที่เหมาะสมกับชุดทำงานมากที่สุด นอกจากนั้นก็อาจจะใช้แบบลายพื้นเรียบ แต่เน้นสีสันตามยุคสมัย เช่น สี Millenium เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีลายจุด, ลายหมากรุกหรือลายสก็อต, ลายกราฟิกต่างๆ
เนื้อ ผ้าของเนคไทที่ดี คือเป็นผ้าขนสัตว์ละเอียด ผ้าลินิน หรือผ้าไหมอิตาลี เพราะจะทำให้ตัวเนคไทคงที่ ไม่เบี้ยวหรือรุ่ยเป็นริ้ว ผูกได้ง่ายกระชับ
ความกว้างของเนคไท ขึ้นอยู่กับยุคสมัย แต่ความยาวมีหลักสากลคือ อยู่ระดับกึ่งกลางของหัวเข็มขัดการผูกเนคไท

การเลือกเนคไท
* เนคไทลายขวาง
เหมาะกับนักธุรกิจ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปแล้ว เพราะให้ ความรู้สึกเรียบร้อย และเป็นการเป็นงานดี
* เนคไทลายลูกน้ำหรือดอกจิก
ขนาดของลายจะเล็ก รูปแบบมีทั้งวงกลม วงรี และดอกจิก บางครั้งมีพื้นแบคกราวด์สีขรึม เหมาะกับงานกลางคืนมากกว่ากลางวัน
* เนคไทลายจุด
ไม่ว่าจะจุดเล็กหรือจุดใหญ่ก็เหมาะกับคนช่างแต่งตัว ชอบความคลาสสิค และความเรียบง่าย
* เนคไทลายหมากรุกหรือลายสก๊อต
ลายที่มีแบบฟอร์มชัดเจนกับรูปทรงสี่เหลี่ยมตารางหมากรุก ใช้กับงานในเป็นกันเอง แต่ไม่ควรแม็ทช์กับสูทลายเส้น และทำให้ลายตาไปทั้งตัว
* เนคไทลายกราฟฟิคหรือเรขาคณิต
เด่น ที่ลวดลาย และสีสันที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นลายดอกไม้ ผลไม้ ใบไม้ แอ็บสแตร็คท์ เหมาะกับหนุ่มที่มีความมั่นใจในตัวเอง และผู้นิยมความทันสมัย