วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การทำความสะอาดผ้าไหมไทย |Thai silk

การทำความสะอาดผ้าไหมไทย

การทำความสะอาดผ้าไหม                         การทำความสะอาดผ้าไหมไทย

ผ้าไหมไทย หรือ Thai Silk เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศไทย  ด้วยเหตุผลที่ความสวยงาม ความอ่อนนุ่มสบาย และมีความเลื่อมเงางามโดยธรรมชาติ  เมื่อสวมใส่ดูหรูหราภูมิฐาน  นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่   “เมื่ออากาศร้อน ผ้าไหมช่วยคลายให้เย็นได้  ส่วนเวลาอากาศหนาว  ผ้าไหมบางๆ กลับช่วยให้อุ่นสบาย”

การทำความสะอาดผ้าไหมไทย

   โดยทั่วไป  มักนิยมซักแห้งชุดผ้าไหม ตามป้ายระบุ ”dry clean only”   แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงสารซักแห้ง สามารถซักรีดเองได้ ทั้งซักด้วยมือ และซักด้วยเครื่อง   การเข้าใจธรรมชาติของผ้าไหม จะทำให้หลีกเลี่ยงข้อควรระวัง และทำความสะอาดผ้าไหมได้ดี
ซักรีดผ้าไหม ควรสนใจ อะไร

- น้ำยาซักผ้า 
    สบู่อาบน้ำเด็ก ไม่ว่าสบู่เหลว หรือสบู่ก้อนเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ซักผ้าไหม   แชมพู หรือน้ำยาเอนกประสงค์ชนิดที่มีฤทธิ์เป็นกลาง หรือเป็นกรดอ่อนๆ ใช้ซักผ้าไหมได้ดีเช่นกัน

-ไม่ควรใช้ ผงซักฟอก   และ ห้ามใช้ น้ำยาฟอกขาว 
    ปัจจุบันผงซักฟอกเกือบทุกชนิดมีฤทธิ์ขจัดคราบสกปรกสูง  และเป็นด่างมาก  จะทำลายเส้นไหม  เช่นเดียวกับ การล้างคราบสกปรกติดแน่นซึ่งปกติอาจใช้น้ำยาฟอกขาว  แต่สำหรับผ้าไหมแล้ว ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาวไม่ว่าจะต้องการล้างคราบสกปรกมากเท่าใดก็ตาม  เพราะน้ำยาฟอกขาวจะทำให้ความเงางามของผ้าไหมลดลง  ผ้าไหมกระด้าง และเส้นไหมเปื่อย

เช่นเดียวกับการซักผ้าทั่วไป ที่ควรแยกผ้าสีเข้มและสีอ่อนหรือสีขาวซักคนละครั้ง  และก่อนนำผ้าลงซักทุกครั้งต้องแน่ใจว่า น้ำยาซักผ้าละลายน้ำดีทั่วแล้ว   นอกจากนี้ การซักน้ำต้องให้สะอาด ไม่ให้มีสบู่ น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกตกค้าง เพราะจะทำให้เกิดสีเหลืองหม่นบนผ้าได้   สำหรับผ้าไหมมีข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ได้แก่  ไม่ใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจัดในการซักผ้าไหม เพราะมีผลทำให้เส้นไหมหดตัว และเกิดรอยย่นได้   ไม่แช่ผ้าไหมทิ้งไว้ในน้ำยาซักผ้านานๆ  ห้ามใช้แปรงขัดถูผ้าไหม และไม่บิดผ้าเป็นเกลียว แต่ใช้วิธีค่อยๆ บีบไล่น้ำออกแทน   ควรรีบซักล้างโดยขยี้เบาๆ และบีบน้ำออก เมื่อซักเสร็จแล้วนำขึ้นผึ่งให้แห้ง จะช่วยรักษาคุณสมบัติที่ดีของไหม ได้แก่ สีสัน ความอ่อนนุ่มเงางามและความคงตัวของเนื้อผ้า

- การกำจัดรอยเปื้อนบนผ้าไหมก่อนซัก
  ก่อนจะลบรอยเปื้อนใดๆ ให้ทดสอบน้ำยาลบรอยเปื้อนก่อน และไม่ควรใช้น้ำยาที่ทำให้สีผ้าเปลี่ยน
  สำหรับ สารธรรมชาติที่ได้ผลดีในการลบรอยเปื้อนบนผ้าไหม  คือ น้ำส้มสายชู หรือน้ำมะนาว โดยผสมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู 1 ส่วนกับน้ำสะอาด 1 ส่วน  ใช้เช็ดรอยเปื้อนเบาๆ  หลังจากเช็ดรอยเปื้อนแล้วให้ล้างน้ำให้สะอาดและนำไปผึ่งให้แห้ง

- เกร็ดความรู้ เพื่อรักษาความเงางามและสีสันที่สดใสของผ้าไหม 
หลังจากซักทำความสะอาดผ้าไหมแล้ว  ให้แช่ผ้าไหมนาน 1-2 นาที ให้จมทั่วทั้งผืนในน้ำผสมน้ำส้มสายชูกลั่น โดยผสมน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำสะอาด 1-2 ลิตร   หลังจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำให้สะอาดและบีบเบาๆ ไล่น้ำออก จึงนำไปผึ่งให้แห้งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท
  บางคนที่ชอบกลิ่นหอมและต้องการให้เนื้อผ้านุ่ม มีน้ำหนัก อาจแช่ผ้าไหมในน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำ ยาปรับสภาพผ้าไหม หรือ น้ำมันทาผิวสำหรับเด็กอย่างใดอย่างหนึ่งในน้ำสุดท้ายก่อนนำไปผึ่งให้แห้ง   


- ข้อแนะนำ ... เมื่อซักผ้าไหมด้วยเครื่องซักผ้า
   ให้จัดรูปทรงของเสื้อผ้า หรือผ้าที่จะซักให้เรียบร้อย โดย กลับด้านในออกแล้วพับใส่ในถุงซักผ้า ไม่ควรให้มีรอยยับมากเกินไป จากนั้นนำไปซักด้วยเครื่องซักผ้าที่ความเร็วรอบต่ำ ใช้เวลาในการซักน้อย และไม่ซักด้วยน้ำร้อน  สำหรับน้ำยาซักผ้า ให้ใช้สบู่เด็กชนิดเหลว หรือแชมพู เช่นเดียวกับซักมือ


สำหรับผ้าพันคอ หรือ ผ้าคลุมไหล่ซึ่งมีการทอเส้นด้ายไหมไม่แน่น ควรซักด้วยมือเท่านั้น

การทำให้แห้ง
    ให้ผึ่งผ้าไหมที่ซักแล้วในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทดี หรือ ใช้วิธีอบผ้าให้แห้งที่อุณหภูมิต่ำ  ไม่ควรผึ่งผ้ากลางแดด เพราะแสงแดดมีความร้อนและรังสียูวี จะทำลายผ้าไหมและทำให้สีซีดเร็ว
     การผึ่งผ้า ควรให้ผ้าอยู่ในลักษณะแบนราบ  ต้องไม่พาดผ้าบนรั้วแหลม จะทำให้เส้นไหมถูกแรงดึงไม่สม่ำเสมอและเกิดรอยตำหนิบนผ้าชนิดที่แก้ไขไม่ได้  ควรพาดผ้าบนราวกลม หรือใช้ไม้แขวน หรือพาดผ้าในแนวราบ ให้ผ้าทิ้งตัวเรียบเสมอกัน จึงจะรีดได้ง่ายและผ้าไม่เสียรูป
สำหรับเสื้อผ้าไหมที่มีการตกแต่งด้วยเครื่องประดับ ให้ซักได้ตามปกติ  หลังการซักให้ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกจนกระทั่งผ้าไหมหมาด  จึงนำไปผึ่งแห้ง

Red heartRed heartRed heart

ที่มา http://www.qsds.go.th/

0 comments:

แสดงความคิดเห็น