วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว : หมูหวาน

เมนูเข้าครัว  หมูหวาน

เมนูวันนี้  คนสวยเจ้าเนื้ออาจจะร้องยี้ บอกว่าไม่ชอบไขมัน  แต่หารู้ไม่ ไขมันก็มีประโยชน์เช่นกันนะคะ  เพียงแต่ว่า อย่ารับเข้าไปมากนักแค่นั้นเอง   เอาเถอะน๊า…นาน ๆชิมที  อร่อยนะจ๊ะ  ปกติหลายคนจะเคยรับประทานกับ  ข้าวคลุกกะปิ  แต่ดิฉันเอง ชอบหยิบเป็นชิ้น ๆมากินเดี่ยว ๆ นี่หล่ะ  อร่อยอย่าบอกใคร  วันนี้เลยเก็บเมนู  หมูหวานมาฝากค่ะ

ชามเครื่องปรุงการทำหมูหวาน

หมูสามชั้น  1/2 กิโลกรัม

หัวหอม     5  หัว

น้ำตาลปี๊บ   น้ำปลาอย่างดี    น้ำมันพืช

ชามวิธีทำอาหาร หมูหวาน

ล้างหมูให้สะอาด  แล้วเอาไปต้มให้สุก  ตักขึ้นล้างน้ำเย็นก่อน  จึงหั่นบาง ๆ ยาว ๆ เอาน้ำต้มหมูใส่ในหม้อ  ใส่น้ำปลา  เกือบ  น้ำตาลอย่างละนิดหน่อย   แล้วใส่หมูที่หั่นเคี่ยวไฟอ่อน ๆ  ไปจนแห้ง  แล้วจึงเติมน้ำตาล น้ำปลา  แล้วนำขึ้นผัดให้เหลือง  ชิมรสดี  แล้วตักใส่จาน  โรยหน้าด้วยหอมเจียว  พร้อมเสริฟ์แล้วจ้า

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มาพับเหรียญด้วยริบบิ้น รูปดอกบัว สำหรับโปรยทานกันเถอะ

ช่วงกลางเดือนนี้  ญาติได้ปรึกษากันจะทอดกฐิน ในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา  และเป็นที่ตื่นเต้นกันยกใหญ่ สำหรับเด็ก ๆ คือ ภาระในการพับเหรียญสำหรับโปรยโรงทาน  ดิฉันเองคิดว่ามันน่าสนใจ  จึงนั่งก้ม ๆ เงย ๆ พับได้แค่ดอกเดียว แลบลิ้นปลิ้นตา ไม่พับมากกว่านั้นเพราะมันดูบิด ๆ เบี้ยว ๆ คงต้องให้ผู้ชำนาญการทำไปก่อน  ขออาสาทำอย่างอื่นในการทำบุญ เช่น ปัดกวาด ศาลาวัด ยิ้มแฉ่งไปก่อน  แต่เห็นว่าวิธีการในการพับริบบิ้นแบบนี้  ทำให้ได้งานประดิษฐ์ที่สวยงาม  อดที่จะนำมาแชร์ผ่านเวบบล็อกไม่ได้

อุปกรณ์และวิธีการในการพับเหรียญมีดังนี้ค่ะ

อุปกรณ์ในการพับเหรียญด้วยริบบิ้นสำหรับโปรยทาน

เครดิต http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2009/06/J8009797/J8009797.html

เมนูเข้าครัว : ผัดสับปะรด

เมนูเข้าครัว ผัดสับปะรด

 

ชามเครื่องปรุงผัดสับปะรด

  • สับปะรด 1 ลูก
  • เครื่องในไก่หั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 จาน
  • กระเทียม 2 หัว
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล  น้ำมันพืช   พริกชี้ฟ้าแดง

ชามวิธีทำผัดสับปะรด

เลือกซื้อสับปะรด  เอาอย่างสุกฉ่ำ  ปอกเปลือกออกแคะตาออกให้หมด  หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ  เอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพอร้อนบุบกระเทียมสับให้ละเอียด ใส่ลงเจียวจนเหลือง  ใส่เครื่องในไก่ลงผัดพอสุกใส่สับปะรด  ระยะนี้เร่งไฟให้แรง  ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขวา  น้ำตาล เติมน้ำมันนิดหน่อยพอขลุกขลิก  แล้วหั่นพริกชี้ฟ้าแดง เฉียงตามยาว ใส่ผัดพอทั่วแล้วละลายแป้งมันเทใส่ให้น้ำข้นพอดี  คนให้เข้ากันตักขึ้นใส่จาน  โรยด้วยพริกไทยป่นและผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ

เขียนบล็อกเรื่องการทำผัดสับปะรดนี้ให้น้ำลายไหลเยิ้มไปด้วย   ก็อยุ่ในช่วงเที่ยงคืนพอดี หิ๊ว หิวจัง ง่วง

เมนูเข้าครัว ยำไข่ดาว

 

การทำยำไข่ดาว

 

ชามเครื่องปรุง ยำไข่ดาว

  • เนื้อสับ    1  ถ้วย
  • ไข่เป็ด     3  ฟอง
  • ผักกาดหอม    2  ต้น
  • ขึ้นฉ่าย   5  ต้น
  • แตงกวา    3  ผล
  • หอมใหญ่      1  หัว
  • กระเทียม     10  กลีบ

รากผักชี   พริกแดง    เกลือ  น้ำส้ม  น้ำตาล  ผงชูรส (ตามชอบ )

ชามวิธีทำ  ยำไข่ดาว

  • ไข่ดาวทอดให้ริม ๆ เหลืองกรอบ
  • เจียวกระเทียม หมูสับ ใส่น้ำปลา  ตักพักไว้
  • ล้างและหั่นผัก  ปอกแตงกวา หั่นขวาง หอมใหญ่ก็เช่นกัน จัดใส่จาน
  • หั่นไข่ดาวเป็นคำ วางไว้บนผัก  โรยหน้าด้วยหมูสับที่รวนไว้  โรยด้วยพริกแดง หั่น ( เอาเม็ดออก)
  • ทำน้ำยำ  โดย  โขลกกระเทียม  รากผักชี  พริกแดงแกะเม็ดออก  เติมน้ำตาล  เกลือ น้ำส้ม  ผงชูรส ( หากชอบ ) ชิมให้รสจัด  ราดลงในจานไข่ดาว ก่อนรับประทาน

เมนูไข่แบบง่าย ๆ แต่รับรองว่าไม่อ้วน แถมคุณค่าโภชนาการครบถ้วน อย่างงี้ต้องลองเข้าครัวทำเองแล้วนะคะ ขยิบตา

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลายหลาย idea เก๋กับการผูกผ้าพันคอในหนาวนี้

 

หลากหลาย idea เก๋กับการผูกผ้าพันคอให้สุดเริ่ด

                                                                 Source: google.ca via Jordan on Pinterest

 

หน้าหนาวเริ่มเข้ามาเยือนกันแล้ว  ฤดูนี้คุณสาว ๆ จะได้หยิบชุดกันหนาว สีสันเจ็บ ๆในตู้เสื้อผ้า มาใส่ให้สวยกันแล้วหล่ะ   และอุปกรณ์ที่มักจะมีติดมือกันมาเสมอในฤดูหนาวก็คือ ผ้าพันคอไงหล่ะค่ะ  วันนี้เลยขอร่วมแชร์วิธีการผูกผ้าพันคอในแบบต่าง ๆในแต่ละแบบก็เปลี่ยนลุ๊คของเราให้ดูใหม่  นอกจากผ้าพันคอผืืนนี้จะให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวแล้ว  ยังเป็น เครื่องประดับตัวเก่ง  ช่วยให้คุณน่ามองขึ้นอีกเยอะเลยหล่ะ ไม่เชื่อต้องมาดู idea เด็ดจากวีดีโอที่นำมาฝากกันค่ะ

 

 

การทำน้ำพริกมะเขือพวง

น้ำพริกมะเขือพวง

ชามเครื่องปรุงน้ำพริกมะเขือพวง

 

1.  พริกชี้ฟ้าแดง  หอม  กระเทียม

2.  กระปิ

3.  หมูสับ

4.  มะเขือพวง

5.  น้ำตาล

6.  น้ำปลา

7.  น้ำมัน

 

ชามวิธีทำเครื่องปรุงน้ำพริกมะเขือพวง

 

1.  นำพริก  หอม  กระเทียม  มาคั่วให้หอม 

2.  แล้วก็กระปิก็ห่อใบตอง  แล้วก็เผาให้พอหอมๆ

3.  คั่วมะเขือพวงพอสุก แล้วพักไว้

4.  รวนหมูสับ  โดยใส่เกลือลงไปนิดหน่อย 

5.  นำพริก  หอม  กระเทียม  ทีคั่วไว้มาตำรวมกัน   ใส่กระปิที่เผา  ตำให้ละเอียด  แล้วเอาหมูที่รวนไว้มาโขลกรวมกัน 

6. ปรุงด้วยน้ำตาล  น้ำปลา    ใส่มะเขือพวงที่พักไว้  บุบพอแตก

7. ตั้งกระทะ  ใส่น้ำมันลงนิดหน่อย  พอกระทะร้อน  น้ำพริกมะเขือพวงที่โขลกพอบุบ ไว้ลงไปผัดพอหอม

ตังใส่ถ้วย  รับประทานกับผักสด 

รับประทานกับผักสดตามชอบเช่น ถั่วฟักยาว  แตงกวา  แต่ที่เข้ากันได้ดีมากมาก คือ ยอดกระถินริมรั้วนี่หล่ะค่ะ  อร่อยมาก ๆ ยิ้ม

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การทำแจ่วปลาทู

ช่วงปิดเทอม  พอว่างก็ต้องลองหัดเข้าครัวดูบ้าง  เห็นผักติ้วข้างบ้าน กำลังสวยอวบ วันนี้ต้องสำเร็จโทษมันซะแล้ว  ดังนั้นเย็นนี้กะต้องเป็นเมนูแบบ บ้าน ๆ สักนิด  ชอบจำพวกน้ำพริกเกือบทุกชนิด  และก็ขอน้ำพริกถ้วยโปรด  ขอเป็นแบบแนวอีสาน คือ แจ่วปลาทู  ถึงแม้จะไม่ใช่แม่ศรีเรือน  แต่ก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ขอยืนยันและการันตีว่า อิฉันทำเป็น จริง ๆ นะ


ชาม    เครื่องปรุง
ปลาทูนึ่งตัวโตๆ 2 ตัว พริกชี้ฟ้าสด พริกขี้หนู ข่า กระเทียม หอม มะนาว น้ำปลา
ชาม     วิธีทำแจ่วปลาทู
โชลก พริก ข่า กระเทียม หอมเผาให้สุก  เข้าด้วยกัน  เติมเนื้อปลาลงไปโขลกด้วย เติมน้ำปลา บีบมะนาว  ปรุงรสตามชอบ

ผักสด ๆ ข้างบ้าน มีอะไรบ้าง เด็ดมาาล้างสะอาด ๆ ทานกับ แจ่วปลาทูได้เลยจ้า

 

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข้าวต้มปลาช่อน

 

ข้าวต้มปลาช่อน

ชามเครื่องปรุง

  • ปลาช่อน
  • พริกไทย
  • คื่นช่าย
  • ตั้งฉ่าย
  • ข่าป่น
  • น้ำปลา
  • กระเทียมเจียว
  • ข้าวสวย 1 ชาม
  • น้ำมันหมู
  • ผงชูรส (ตามชอบ)

ชามวิธีทำข้าวต้มปลาช่อน

1. นำกะทะตั้งไฟ นำกระเทียวลงไปเจียวพอหอม

2. นำปลาช่อนที่เตรียมไว้ลงไปผัด

3. ปรงรสด้วย น้ำปลา  หรือผงชูรส (ตามชอบ)

4. เติมน้ำลงไปสัก 1 ชาม 

5. เอาข้าวสวยใส่ลงไปในกะทะ  เมื่อเดือดใส่ตั้งฉ่ายลงไป

6. ตักใส่ชาม โรยด้วยคื่นช่ายที่หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ  โรยข่าป่น และพริกไทย

7. เสร็จแล้วพร้อมเสริฟ์ได้แล้วค่ะ

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การทำยำหอยแครง

 

การทำยำหอยแครง

ชามเครื่องปรุงยำหอยแครง

  • หอยแครง             1/2  ก.ก.
  • ตะไคร้                  3   ต้น
  • ใบมะกรุด                3  ใบ
  • ใบสระระแหน่               5  กิ่ง
  • หอมแดง                 7  หัว
  • มะนาว                     3   ผล
  • กระเทียม                   7  กลีบ
  • พริกขี้หนู                   16  เม็ด
  • ผักชี                         2    ต้น

          น้ำปลา   น้ำตาล ผงชูรส (แล้วแต่ชอบ)

ชามวิธีทำยำหอยแครง

  • ล้างหอยแครงให้สะอาด  ตั้งน้ำให้เดือด ลวกหอยแครงนาน 1 นาที   ตักขึ้น แกะเปลือกหั่นชิ้นพอคำ
  • ตระไคร้ ใบมะกรูด หั่นฝอย 
  • ปอมหอม  กระเทียม   สระระแหน่ ซอยเป็นชิ้นเล็ก
  • เด็ดผักชี
  • โขลกพริกขี้หนูใส่ลงไป คลุก ลงในหอยแครงที่หั่นไว้
  • ใส่ตะไคร้ใบมะกรูด ใบสระระแหน่ 
  • ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล มะนาว ผงชูรส  
  • แล้วชิมรสตักใส่จานโรยหน้าด้วยผักชี

แกงส้มดอกแคปลาช่อน

 

แกงส้มดอกแค

วันนี้เห็นดอกแคบานงามสะพรั่ง  ยั่วตาดีชะมัด ขอเด็ดซะเลย   ครั้นเด็ดมาได้ จะมาลวกจิ้มเฉย ๆ ก็ดูจะไร้รสชาติไปซะนิด   เปิดหนังสือตำราอาหารขึ้นมากาง  แล้วดัดแปลงซักนิดเป็นแบบฉบับเราทำเอง เอาแบบบ้าน ๆ ตามมาดูวิธีการทำ  แกงส้มดอกแคปลาช่อนกันค่ะ

ชาม     เครื่องปรุง

             พริกแห้ง              5   เม็ด

            หัวหอม                5   เม็ด

            ปลาช่อน              1    ตัว

            น้ำเปล่า         1-  2    ถ้วย

           ดอกแค ( ตามชอบ)    กะปิพอสมควร  เกลือนิดหน่อย  น้ำตาล  น้ำปลา  และ มะขามเปียก

ชาม  วิธีปรุง แกงส้มดอกแคปลาช่อน ค่ะ

          1.นำดอกแคมาเด็ดเอาเกสร ออกแล้วทำความสะอาด พักไว้

          2  ทำความสะอาดปลาดุก  โดย ตัดหัว ผ่าสอง  ตัดหนวด ตัดหางทิ้ง  ควักไส้ทิ้ง แล้วหั่นเป็นท่อน ให้ได้  เป็น 3 ท่อน ท่อนหัว ท่อนกลาง และ ท่อนหาง  ทำความสะอาด  แล้วนำท่อนหางต้มให้สุก

          2. ล้างพริกแห้ง โขลกกับเกลือ  กะปิ หัวหอม อย่างละเท่า ๆ กัน  เสร็จแล้ว เติมเนื้อปลาช่อน ท่อนหางที่ต้มสุกแล้ว โขลกลงไปด้วย

         4.นำน้ำเปล่าใส่หม้อ   ตักพริกแกงที่โขลกเรียบร้อยแล้ว  ลงละลายในหม้อแกง

          5. เมื่อน้ำเดือด ใส่ปลาช่อนที่เตรียมไว้ในท่อนหัว ท่อนกลาง ใส่ลงไป  ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำตาล และ น้ำปลา ใส่ลงไป  ให้รสเปรี้ยวนำ ตามด้วยหวานและ เค็ม

         6. นำดอกแคใส่ลงในหม้อ  รอให้สุก ก่อนยกลง ชิมรสชาติ และปรุงอีกครั้ง ตามชอบใจ

กุหลาบแดง ประโยชน์ของดอกแค

ดอกแค" นั้น ถือเป็นอาหารที่คนโบราณจะกินแก้ไข้หัวลม หรืออาการไข้ที่จะเกิดในช่วงเปลี่ยนฤดู เปลี่ยนอากาศ ที่มักจะทำให้หลายๆ คนเกิดอาการไอ จาม ครั่นเนื้อครั่นตัวกันขึ้นมา โดยสารอาหารต่างๆนั้น ในดอกแค 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงานต่อร่างกาย 10 กิโลแคลอรี มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง และวิตามินซี แต่การจะนำดอกแคมาทำอาหารนั้นจะต้องเด็ดเกสรสีเหลืองของดอกแคออกก่อนจะทำให้ไม่มีรสขม

จัดระเบียบให้ตู้เสื้อผ้า

 
คุณสาว ๆ ที่ขาดไม่ได้ ก็คือตู้เสื้อผ้า  อย่างน้อยก็ 1 หลัง แต่บางคนรับรองได้ว่า ตู้เสื้อผ้าหลังเดียวเป็นอันไม่เพียงพอ  วันนี้ผ่านไปเจอวิธีการจัดระเบียบให้ตู้เสื้อผ้า  ทั้งเป็นการจัดระเบียบให้กับห้อง การจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ  ประโยชน์ที่ได้มากมาย ดังคำที่ว่า “  หยิบก็ง่าย หายก็รู้  ดูก็งามตา “ ทั้งการเก็บเสื้อผ้าให้ถุกวิธี  ยังเป็นอีกวิธีที่เก็บรักษาชุดสวยๆ ของเราได้อีกนานด้วยค่ะ
 
จัดระเบียบให้ตู้เสื้อผ้า

การจัดระเบียบให้ตู้เสื้อผ้า

กุหลาบแดงจัดเสื้อผ้าแยกกลุ่้ม แยกประเภท เช่น กางเกงขายาว, กางเกงขาสั้น, เสื้อแขนยาว, เสื้อแขนสั้น, กระโปร่ง

 กุหลาบแดงจัดเก็บโดยแขวนตามเฉดสี แยกสีพื้นและลวดลาย ไล่น้ำหนักจากอ่อนไปเข้ม

กุหลาบแดง เสื้อยืด ชุดนอน ควรพับเก็บ จะประหยัดเนื้อที่แขวน

 กุหลาบแดงเสื้อผ้าน้ำหนักมากแขวนราวล่าง เสื้อน้ำหนักเบาแขวนราวบน
 กุหลาบแดงเสื้อผ้ามีน้ำหนัก เช่น สูท ให้จัดเก็บกับไม้แขวนแบบหนา เพื่อรักษารูปทรง

 กุหลาบแดงของใช้ชิ้นเล็ก เช่น เนคไท ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือเข็มขัด ให้เก็บไว้ในกล่องหรือตะกร้า ถ้าเป็นกล่องที่แบ่งช่องเล็กๆ เก็บเป็นชิ้นๆ ก็จะหยิบใช้งานง่าย

 กุหลาบแดงช่องเปิดด้านบนสุดของตู้ ให้เก็บของชิ้นใหญ่ ที่หยิบง่าย ไม่ใช้บ่อย เช่น ผ้าปู ปลอกหมอน หมอน หรือกระเป๋า ส่วนล่างสุดเก็บรองเท้าที่ทำความสะอาดดีแล้ว

 กุหลาบแดงตะกร้าในตู้ ให้เก็บชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้าใช้แล้วที่รอการซัก
 กุหลาบแดงติดดวงไฟในตู้เพื่อสำรวจหาเสื้อผ้าได้สะดวก กรณีเป็นไฟแบบเปิดปิดพร้อมการเปิดตู้ก็จะช่วย ประหยัดไฟ แต่ต้องมั่นใจว่าปิดหน้าตู้สนิท และไฟดับแล้ว เพราะไฟที่เปิดตลอดเวลาอาจร้อนจนลุกไหม้

 กุหลาบแดงพยายามหมั่นสำรวจตู้เสื้อผ้าทุกหกเดือน รื้อสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ไปบริจาค และจัดเก็บแต่ละส่วนให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

 กุหลาบแดงปิดตู้ทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อกันฝุ่นและแสงแดดทำลายผ้า และควรดูดฝุ่นในตู้และบนชั้น เดือนละ 1-2 ครั้ง

 กุหลาบแดงใส่อุปกรณ์ดักจับความชื้นในตู้ และเพิ่มเครื่องหอมเช่น การบูร บุหงารำไป แก้ปัญหากลิ่นอับและเพิ่มความหอมให้เสื้อผ้า

 

ที่มา :  http://www.phahomhom.com/?page_id=23

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ศิลปะการทำงานให้มีความสุข

ว.วชิรเมธี ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ศิลปะการทำงานให้มีความสุข



          หัวข้อทำงานอย่างไรให้มีความสุขเป็นหัวข้อของอาตมา ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุก ๆ วันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก
2. ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด คนก็จะเห็นคุณค่าของเราว่ามีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเมื่อเราตั้งใจสร้างงาน งาน 1 ชิ้นก็จะย้อนกลับมาสร้างคน
3. ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำวันนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด
4. เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ ดังนั้นอย่ามัวแต่ทำงานแต่จงทำคนด้วย เพื่อก่อให้เกิดสภาวะงานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ใครทำงานได้อย่างนี้คน ๆ นั้นจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน จนกล่าวได้ว่า งานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์

ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารักจะมีความสุขหรือเปล่า 

 

            ตอบได้อย่างนี้ ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารัก วิธีคิดที่ดีคือการมองเชิงบวก เวลาเจองานหนักก็ให้บอกตัวเองว่านี้คือการฝึกตัวเอง เวลาเจอปัญหาซับซ้อนก็บอกตัวเองว่ายิ่งปัญหาซับซ้อนเราก็ยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้น เวลาเจอเจ้านายที่ละเมียดละไมเหลือเกินก็ให้บอกตัวเองว่า นายที่รอบคอบแบบนี้จะฝึกเราให้สมบูรณ์แบบ ฉะนั้นถ้าเรามองเชิงบวกให้เป็นถึงแม้เราจะไม่ได้ทำงานที่เรารักแต่เราก็จะมีความสุขเสมอ ในเมื่อไม่มีสิ่งที่เราชอบ เราก็ควรชอบสิ่งที่เรามี เพราะในโลกนี้ไม่มีใครได้อะไรอย่างใจหวัง และจะไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะทำมีแง่ดีแง่งามอยู่เสมอขอให้เรามองให้เห็น ถ้ามองเห็นเราก็จะเป็นสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


วิธีการมองเห็นทำอย่างไรถึงจะมองเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

          คุณสมบัติที่จะเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขนั้น มี 2 อย่าง
1. สังเกต สังเกตหาแง่ดีแง่งามของสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำอยู่ให้เจอ เช่น งานของพระอาจารย์เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยมากไปเทศน์ไปสอนตลอด หลายคนก็บอกว่าเหนื่อยมาก ๆ  ถ้ามาถามพระอาจารย์จะบอกว่ามันเหนื่อยก็จริงแต่มีความสุขมากเพราะได้เดินทางไปทั่วโลก ได้เจอผู้คน ได้พบภูมิประเทศใหม่ ๆ ได้สานสัมพันธ์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา ฉะนั้นในความเหนื่อยเราก็ได้เดินทางท่องไปทั่วทั้งโลก นี่คือแง่ดีแง่งาม แต่ส่วนใหญ่คนมักจะมองอยู่จุดเดียวมองแค่ว่าเรากำลังเหนื่อยหนักจริง ๆ เหนื่อยก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ดีเมื่อพิจารณาจริง ๆ แล้วมันมีมากกว่า ให้เราสังเกตอย่างนี้ รู้จักสังเกต รู้จักพินิจ พิจารณา เราจะเห็นความแตกต่างเสมอ
2. สังเกตแล้วต้องสังกาให้ตั้งคำถาม ว่าเราจะสร้างสรรค์งานที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม... ก็จะเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาทุกครั้งไป กาลิเลโอก็ดี นิวตั้นก็ดี ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะว่า เขาชอบตั้งคำถามว่าทำไม นั่นแหละเคล็ดลับในการทำงาน


ทำงานที่ชอบแต่เงินเดือนน้อยมองอย่างไรให้เป็นสุข
          ถ้าเงินเดือนน้อยก็ต้องลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของเราทิ้งไป แทนที่จะไปเรียกร้องเงินเดือนให้สูงขึ้นกว่าจะได้ก็ช้ามาก ก็ใช้วิธีปรับวิธีในการบริโภคของเราลง ที่จะบริโภคต่างความอยาก ซึ่งเติมอย่างไรก็ไม่เต็มมาบริโภคตามความจำเป็น ดีกว่ามุ่งประโยชน์ใช้สอยอย่างมุ่งประโยชน์ใช้สวย ถ้าเราจับจ่ายใช้สอยในการถือหลักประโยชน์ใช้สวยมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ แต่ถ้าเราถือหลักจับจ่ายใช้สอย คือจำเป็นแค่ไหนก็จับจ่ายใช้สอยแค่นั้น พอกินพอใช้ ถึงแม้ไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงขั้นตกต่ำย่ำแย่ แทนที่เราจะเรียกร้องเงินเยอะ ๆ ทำไมเราไม่ลดหรือเปลี่ยนวิธีในการบริโภคของเราแทน บริโภคต่างตัณหาทำให้เรามีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ แต่บริโภคตามปัญญาถึงเงินไม่มากมายอะไรแต่เราก็มีความสุขตามสมควร...


วิธีการแก้ปัญหาในที่ทำงาน ทั้งโดนนินทา โดนแกล้ง
          ให้ถือซะว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด เวลาที่เราทำงานต้องมีอยู่แล้วคนแกล้งคนไม่พอใจคนอิจฉาตาร้อนให้เราถือหลักว่า
1. มารไม่มีบารมีไม่เกิด
2. สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นกำไรเสมอ
3. อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เกิดเป็นคนอย่ากลัวคำนินทา
4. ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว เหล่านี้เป็นคติที่พระอาจารย์ใช้ทำงานอยู่เสมอ จึงสามารถรับมือได้ทุกกระบวนท่า


กว่าจะผ่านปัญหาไปได้ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร

          จะต้องทำตัวให้หนักแน่นดังแผ่นภูผา ลมมาพัดก็ไม่ปลิวไปตามลม ฝนสาดก็ไม่เปื่อยสลาย แดดส่องก็ไม่ละลายไปกับแสงแดด ฉะนั้นทำตัวให้หนักแน่นดั่งแผ่นภูผาเราก็จะอยู่ในทุกสภาวะของชีวิต

กรณีสำหรับคนที่ตกงานมีวิธีคิดอย่างไรไม่ให้เครียด

1. ต้องหางานทำ
2. หาแล้วไม่ได้ต้องสร้างงานขึ้นมา ตกงานได้แต่อย่างให้ใจตก เพราะถ้าใจตกชีวิตจะตกต่ำทันที ดังนั้นไม่ต้องเสียใจ คนที่ รวยที่สุดในโลกตอนนี้ สตีฟ จอบส์ ก็เคยตกงาน แต่ว่าเขาตกงานแล้วไม่ตกใจจึงลุกขึ้นมาสร้างบริษัทใหม่ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จได้ ฉะนั้นเราตกงานได้แต่ไม่ได้หมายความว่าความรู้ความสามารถของเราตกไปด้วย มันยังอยู่กับตัวเรา ก็เอาความรู้ความสามารถที่อยู่ในเนื้อในตัวเราลุกขึ้นมาสร้างงานใหม่ ทำอย่างนี้แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ โอกาสยังคงมีเสมอสำหรับผู้ที่ไม่ปิดกั้นตัวเอง ต้องหาความรู้เพิ่มเติมให้ถือหลักพึ่งตนเองอย่ารอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบรรยากาศที่บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติการพึ่งตนเองสำคัญที่สุดเลย


ถ้ายังไม่ได้งานแล้วหันไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผิดหรือเปล่า
          เอาวันเวลาที่ไปบนบานสานกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น มา พินิจ พิจารณาหาช่องทางทำกิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเราได้ในทางจิตวิทยาคือทำให้เราเคลิ้มๆแต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริง พูดอีกอย่าง "หนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นยาทา การใช้ปัญญาเป็นยากิน" การรักษาโลกต้องใช้ยากิน การใช้ยาทาก็เป็นการรักษาแต่ภายนอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงประเทศไทยจะมีคนจนไหม ไม่มี... ประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดในโลกคืออินเดีย ปรากฎว่ามีประชากรกว่าร้อยล้านคนตกงาน นี้คือบทเรียนของการรอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นให้หันมาพึ่ง ลำแข้ง ลำขา สติปัญญาของตัวเองจึงจะดีที่สุด


น้อยใจทำงานมานานแล้วไม่มีโบนัส มีวิธีคิดอย่างไร...?
          ถ้าโบนัสไม่มาเอาเท่าที่มีก่อนก็ได้ มีคนอีกมากที่ตกงานแต่เรายังมีงานทำ มองเป็นก็จะเห็นธรรม แต่ถ้ามองไม่เป็นก็จะมาน้อยใจ เวลาที่เรารู้สึกแย่มองคนที่แย่กว่าเรา แล้วเราจะรู้สึกว่าเรายังได้เปรียบอยู่
ถ้าเป็นพวกที่บ้างานหนักจะทำอย่างไร
          ต้องแสวงหาทางสายกลาง พวกที่เป็นโรค Workaholic ทั้งหลาย จะต้องแสวงหาทางสายกลางในการทำงาน การทำงานต้องประสานกับคุณภาพของชีวิตคือผลสัมฤิทธิ์ของมือทำงานระดับอาชีพ การทำงานประสานกับคุณภาพของชีวิตคือผลสัมฤทธิ์ของคนทำงานมืออาชีพ ฉะนั้นอย่างเป็นคนบ้างานจนหลงลืมคุณภาพของชีวิต จะต้องรักษาสมดุลของงานสมดุลชีวิตให้ลงตัวพอเหมาะพอดี


เราจะคำนวณสัดส่วนสมดุลย์ในการทำงานคืออะไร
          ใช้ทางสายกลางในการทำงานและการดำรงชีวิต 50-50 คืองานกับชีวิตจะต้องสมดุลกันในลักษณะ 50-50 บ้างานมากเกินไปสิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเครียดและสุขภาพไม่ดี บ้าใช้ชีวิตมากเกินไปสิ่งที่ได้กลับมาก็คือจะอดตายเอา ไม่มีเงินกิน ไม่มีเงินใช้ ฉะนั้นต้องให้ทั้งสองส่วนมาสมดุลย์กัน 50-50 นี่คือทางสายกลางสำหรับคนทำงาน


ประสบการณ์ของพระอาจารย์มีคนบ้างานจนถึงขั้นเสียชีวิตบ้างหรือเปล่า

          มีลูกศิษย์ที่ทำงานหนัก เงินเดือนแค่ 50,000 แต่ทำงานเหมือนตัวเองได้เงินเดือน 3 แสน ผลคือเป็นโรคมะเร็งและรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าไม่พบสาเหตุจากพันธุกรรม พบอยู่สาเหตุเดียวคือแบกความเครียดนานเกินไปเงินที่หามาทั้งชีวิตต้องนำมารักษาโรคมะเร็งทั้งหมด ฉะนั้นสาเหตุหลักของมะเร็งในตอนนี้คือความเครียดนี่คือตัวอย่างของโรค Workaholic โรคบ้างาน ทำงานมากเกินไปสุดท้ายต้องไปใช้เงินในโรงพยาบาล ไม่ได้ใช้เงินอย่างมีความสุข
อยากให้พระอาจารย์แนะนำวิธีผ่อนคลายในการทำงานของพวกมนุษย์เงินเดือน

          ถ้าเราทำงานแล้วคุณภาพชีวิตไม่ดีแสดงว่าเรากำลังเดินผิดทางมันกำลังสุดโต่ง ฉะนั้นเวลาทำงาน อย่ามัวแต่ทำงานให้สังเกตคุณภาพชีวิตของตัวเองด้วย เมื่อเราทำงาน มีเวลากินข้าวกับครอบครัวไหม เรามีเวลาพักผ่อนวันเสาร์วันอาทิตย์ไหม เรามีเวลาอยู่กับลูกและภรรยาไหม เรามีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างหรือเปล่า ถ้าสิ่งเหล่านี้ได้หายไปในชีวิตแสดงว่าคุณได้เสียสมดุลย์ชีวิตไปแล้ว ถ้าไม่ปรับมาสู่ทางสายกลางแสดงว่าอนาคตอันใกล้คุณกำลังป่วย เอาเงินที่หามาทั้งชีวิตมาใช้ในโรงพยาบาล นี่เป็น "โรคอารยธรรม" ที่กำลังเกิดขึ้นกับมนุษย์ในยุคทุนนิยมทั่วโลก ที่อเมริกา ที่ญี่ปุ่นป่วยด้วยโรค Workaholic เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ประเทศไทยอันดับต้นๆของเอเชีย เพราะเราเครียดจากการเมือง เครียดจากเศรษฐกิจ เครียดจากแข่งขันในระบบทุนนิยมด้วย ดังนั้นใครที่เป็นโรคบ้างานจะต้องระมัดระวังถามตัวเองด้วยว่า เรามีภาวะสมดุลย์งานสมดุลย์ชีวิตแล้วหรือยัง อย่าทำงานจนป่วยตาย อย่าหลงเสน่ห์อบายมุข อย่ามีความสุขจนลืมศีลธรรม


ถ้ามีคนถามพระอาจารย์ว่า งานจำเป็นต่อชีวิตหรือไม่...?

          งานจำเป็นต่อชีวิตเพราะทุกคนต้องกินต้องใช้แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้าไม่มีชีวิตมีงานก็ศูนย์เปล่า

ความหมายของ"งาน"ในแบบของพระอาจารย์คืออะไร...? 

 

            งานของเราก็คือการทำให้เขามีความสุข ทุกวันอาตมามีความสุขมากเพราะเป็นงานที่ไม่ได้ทำร้ายใครเลย อาตมาไปเทศน์ไปสอนไปบรรยายก็เหมือนเป็นการเอาความสุขไปโปรยให้กับคนทั่วทั้งสากลโลก ฉะนั้นทุก ๆ วันที่เดินทางออกจากวัดอาตมามีความสุขมาก ทำงานเหมือนแสงเดือนแสงตะวันที่ชโลมผืนโลก ทำไปไม่หวังผลประโยชน์ หวังแค่ประโยชน์สุขที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ อาตมามีความสุขที่เห็นคนอื่นมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำให้คนอื่นมีความสุข เรียกว่าให้สุขแก่ท่านสุขนั้นถึงตัว ฉะนั้นชีวิตการทำงานของอาตมาก็ถือว่ามีความสุข เพราะได้ทำงานที่ตัวเองรัก และปรัชญาในการทำงานของอาตมาก็คือ งานของเราคือการทำให้เขามีความสุข

แล้วงานที่ดีที่สุดคืออะไร...?
          งานที่จะทำให้เราอยู่ได้ในทางเศรษฐกิจและมีชีวิตที่มีความรื่มเย็นในจิตใจ คืองานในอุดมคติที่มนุษย์ทุกคนพึ่งสร้างสรรค์พัฒนาขึ้นมาให้ได้ ย้ำอีกครั้งหนึ่งคือ สามารถอยู่ได้ในทางเศรษฐกิจ มีชีวิตที่ร่มเย็นในจิตใจ เรียกว่าในทางกายภาพก็อยู่ได้ในทางใจก็เป็นสุข


สุดท้ายให้ศีลให้พรในวันปีใหม่เกี่ยวกับการทำงาน

          ในโอกาสปีใหม่ก็ขอมอบพร 4 ประการให้กับคนไทย พลังทั้ง 4 เพื่อความสวัสดีของชีวิตคนไทย
1. พลังปัญญาของให้คนไทยลดความรู้สึกลงกลับมาใช้เหตุผลให้มากขึ้น
2. พลังความเพียรขอให้คนไทยพึ่งตนเองลดการพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์
3. พลังความสุจริตขอให้คนไทยร่วมกันต่อต้านคอรัปชั่นทุกรูปแบบแล้วหันมาเชื่อมั่นในความสุจริตโปร่งใส
4. พลังความสามัคคี ขอให้คนไทยเลิกเห็นแก่ตัวจนไม่เห็นหัวคนอื่น มาถือหลักธรรมใหม่ ๆ ว่า ส่วนไหน ๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าส่วนรวม ลด ละ เลิก การแบ่งแยก ไทยเหลือง ไทยแดง ไทยน้ำเงิน ให้เหลือเป็นไทยแลนด์ที่เป็นหนึ่งเดียว เท่านี้ชีวิตก็จะมีความสุข คนไทยทั้งประเทศก็จะมีความสุข เพื่อความสวัสดีของคนไทยให้เป็นพรปีใหม่ของเราชาวไทยทุก ๆ คน...
-สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คน-

ขอขอบคุณข้อมูลหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข้อควรคำนึงในการสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต

ปกติใช้บริการซื้อขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตบ่อย ๆ แม้กระทั่งขายหนังสือมือสองแบบออนไลน์เองเลยค่ะ    ทุกครั้งที่สั่งซื้อของทางเน็ต ดิฉันมีวิธีการหลายอย่างในการตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ  ถึงแม้ว่าราคาที่เราสั่งไปจะไม่มากมาย  แต่เสียดายและเสียรู้มันน่าเจ็บใจกว่า ว่าไหมคะ  วันนี้ผ่านไปเจอ วิธีการในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เก็บนำมาฝาก  เป็นข้อเตือนใจทุกครั้งก่อนสั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ตค่ะ

 

    ข้อควรคำนึงก่อนสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต

    • การจดทะเบียนชื่อเวป ถ้าเป็น .com , .net บุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถจดได้ แต่ถ้าเป็น .co.th ต้องเป็นบริษัทจำกัด จึงจะจดทะเบียนนามสกุลนี้ได้
    • มีเบอร์ติดต่อได้สะดวก ชัดเจน มีทั้งเบอร์ออฟฟิตหรือเบอร์บ้าน เพราะลูกค้าสามารถโทรตรวจสอบได้ที่ 1133 ว่าเปิดมานานหรือยัง
    • ถ้าไม่มีเบอร์ออฟฟิต ให้ดูที่เบอร์มือถือว่าจดทะเบียนมานานหรือยัง สามารถโทรตรวจสอบกับศูนย์บริการได้
    • สามารถเข้าดูใน Web board ว่ามีการ update อยู่ตลอดหรือไม่
    • สอบถามลูกค้าที่ซื้อสินค้าใน Web board ว่าทางบริษัทนี้เป็นอย่างไร
    • Search ใน Google ว่ามีลูกค้าเข้าชมเยอะหรือไม่ มีลูกค้าเคยโดนหลอกหรือไม่
    • มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่
    • Search ชื่อผู้ขายหรือบริษัทว่าเคยมีประวัติการขายใน Google หรือไม่
    • สามารถติดต่อรับสินค้าที่  สถานที่ตั้งของผู้ขาย บริษัทหรือโรงงาน  ได้ ว่ามีตัวตนหรือไม่
    • ถ้าเป็นบริษัท  หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด  สามารถตรวจสอบได้ที่ www.dbd.go.th เป็นเวปของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าจดทะเบียน จริงหรือไม่

    ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.scpaperpack.co.th/

    วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

    การเลือกรองเท้ากีฬา

    นพ. วิเชียร จิระบุญศรี ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเท้า กล่าวว่า เท้าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก แต่คนเรามักละเลยในการดูแลเท้า เราจะเริ่มเห็นความสำคัญของเท้าก็ต่อเมื่ออาการบาดเจ็บ ฉะนั้นการเลือกซื้อรองเท้ากีฬานั้นควรมองรองเท้ากีฬาให้เป็นเหมือน 'อุปกรณ์กีฬาชนิดหนึ่ง' การเลือกรองเท้าผิดประเภทก็จะทำให้การเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และในบางกรณีที่ร้ายแรงอาจถึงขั้นทำให้หมดอนาคตในการเล่นกีฬาไปเลยก็ได้

      การเลือกรองเท้ากีฬา

     

    ในทางการแพทย์เราสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท โดยดูจากการที่เมื่อเราลงน้ำหนักตัวไปที่ฝ่าเท้าแล้ว เท้าของเรามีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง นั่นคือ

       
    • The Pornator Type (Flat Foot, Low Arch Foot) เป็นลักษณะของเท้าที่มีวงโค้งตรงกลางฝ่าเท้าค่อนข้างน้อย อุ้งเท้าแบนราบติดกับพื้นดินหรือคนที่มีฝ่าเท้าแบน
    • The Supinator Type (High Arch Foot) ก็คือตรงข้ามกัน กล่าวคือเมื่อกดน้ำหนักลงบนพื้น ด้านนิ้วก้อยจะมีพื้นที่สัมผัสกับพื้นมากกว่าปกติ เนื่องจากอุ้งเท้าโค้งขึ้นไปเยอะ ทำให้ส่วนสัมผัสที่รับน้ำหนักจะมีแค่ส่วนหน้ากับส่วนหลัง (ส้นเท้า) เท่านั้น ทำให้ส่วนที่จะมารองรับน้ำหนักมีน้อยลง
    • The Neutral Type เป็นลักษณะเท้าของคนทั่วๆ ไปที่ีมักจะเป็นกันคืออยู่ระหว่างกลางของทั่ง 2 อย่าง

    ประเภทของเท้า

    ซ้าย: The Pornator Type, กลาง: The Neutral Type, ขวา: The Supinator Type


    วิธีทดสอบว่าเรามีเท้าประเภทไหน

    ให้เอาเท้าเหยียบน้ำ แล้วไปเหยียบลงบนกระดาษ แล้วสังเกตรอยเท้าที่ปรากฏ ถ้ารอยเท้าที่ปรากฏมีเต็มรูปฝ่าเท้าเลย ก็จัดว่าอยู่ในพวก Low Arch Type แต่ถ้ามีส่วนเว้าปรากฏขึ้นมาน้อย หรือว่าบางคนอาจจะเห็นเป็นเส้นขีดเล็กๆ แบบนี้ก็จัดว่าอยู่ในประเภท High Arch Foot หรืออาจจะไปตามร้านขายรองเท้าต่างๆ จะมีแผ่นวัดเท้าที่เรียกว่า Foot Disc ให้ลองวัด เพื่อจะได้เลือกซื้อรองเท้าให้เหมาะสมกับประเภทเท้าของแต่ละคน

    ที่มา : GM Magazine

    http://men.mthai.com/health-firm/5054.html