วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิธีบรรเทาอาการผิวไหม้แดด

ถึงแม้ฤดูนี้จะไม่ใช่ฤดูร้อน แต่ทว่าแสงแดดในฤดูหนาวก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าฤดูอื่น  หากใครจำเป็นต้องออกแดดในช่วงเทศกาลกีฬาในฤดูนี้แล้วหล่ะก็   เลี่ยงไม่ได้แน่ ๆ กับแสงแดด สิ่งที่ตามมาก็คือ อาการผิวไหม้แดด  เพื่อที่จะไม่ให้อาการ เป็นฝ้า ตามมา จึงนำวิธีการบรรเทาอาการผิวไหม้แดดมาฝากคุณสาว ๆ ที่จำเป็นต้องตากแดด ค่ะ


1. วิธีบรรเทาอาการผิวไหม้แดด อย่างแรกคือ  ต้องหาวิธีปรับอุณหภูมิผิวหลังโดนแดดเผา   โดย
ใช้ความเย็นประคบผิวบริเวณที่ไหม้แดด อาจใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งหรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบ หรือใช้สมุนไพรตามธรรมชาติ คือ ว่านหางจระเข้   ให้ฝานเปลือกและล้างยางสีเหลือง ๆ ของ ว่านหางจระเข้ออก  แล้วนำวุ้นสีขาว มาทาบริเวณที่แสบไหม้จากอาการแสงแดดเผา   หรืออีกวิธีคือใช้ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ After-Sun นั่นจะช่วยลดอาการอักเสบของผิว  อาการบวมและช่วยผ่อนคลายความแสบร้อนของผิวที่ไหม้เกรียม แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดและการฆ่าเชื้อของเครื่องมือให้ดีก่อน เพราะผิวที่ไหม้เกรียมจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อค่อนข้างสูง  เมื่อพบว่าตนเองผิวมีอาการแสบไหม้ผิวจะต้องรีบประคบผิวให้เร็วที่สุด เลือกวิธีข้างต้น ประคบผิวไว้นิ่งๆ ประมาณ 15 นาที ทำซ้ำอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อ วัน จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
2. เมื่อผิวมีอาการแสบร้อนจากผิวไหม้แดด  ควรเลี่ยงการถูด้วยสบู่หรือครีมล้างหน้า  ใช้เพียงน้ำสะอาดแทนก็เพียงพอและปลอดภัยที่สุด รวมไปถึงงดการแต่งหน้าหรือทาแป้งรองพื้นเพื่อปกปิดริ้วรอย เพราะยิ่งเป็นการทำลายผิวมากขึ้น
3. จนกว่ารอยไหม้จากแดดจะดีขึ้น ลดการใช้เครื่องสำอางและสารบำรุงผิวต่างๆ ไว้ก่อน  สาวๆ หลายคนพอโดนแดดมากๆ จนผิวคล้ำ และอยากจะหันไปพึ่งเครื่องสำอางจำพวกไวเทนนิ่งทันที แต่ต้องขอเตือนว่าระหว่างที่ผิวยังอยู่ในสภาพการโดนเผา เครื่องสำอางเหล่านี้อาจจะยิ่งซ้ำเติมรอยแผลและการฟื้นฟูผิว ควรอดใจรอสักหน่อย ให้เวลาผิวได้ปรับตัวดีขึ้นก่อน ค่อยละเลงไวท์เทนนิ่งให้ผิวใสวิ้งอย่างที่ต้องการ
4. เมื่อรอยไหม้จากแดดดีขึ้นแล้ว เร่งเติมน้ำให้กับผิว หลังจากโดนแดดเผา ปริมาณน้ำใต้ผิวจะลดลงอย่างมาก พอสภาพรอยไหม้เริ่มดีขึ้นระดับหนึ่ง ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเติมน้ำให้กับผิวอย่างเร่งด่วน ลงโทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์บำรุง ผิวให้   มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า เพื่อคอยเติมน้ำให้ผิวอย่างเพียงพอ
5. ปกป้องน้ำในผิว การเกิดฝ้ากระ 
เมื่อผิวกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ให้บำรุงผิวเพิ่มเติมด้วยโลชั่นหรือซีรั่ม ที่มีความสามารถในการปกป้องความชุ่มชื่นในผิวสูง โดยเฉพาะสารบำรุงที่มีส่วนผสมในการช่วยยับยั้งการขยายตัวของเม็ดสีเมลานิน อย่างเช่น ส่วนผสมของวิตามินซีหรือว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจำพวกไวเทนนิ่ง ก็จะช่วยปกป้องการเกิดฝ้า และกระให้กับผิวได้ดีขึ้น พร้อมกับกลับมาแต่งหน้าสวยได้ตามปกติ
6.ทานยาบรรเทาปวด  ถ้ารู้สึกมีอาการปวดมาก ทานยาแอสไพรินหรือยาแก้ปวดเพื่อช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนของผิว ทานสักระยะหนึ่ง ระวังเรื่องอาการแพ้แอสไพรินสำหรับคนที่มีประวัติการแพ้ยา และควรพบแพทย์ผิวหนังทันที ถ้ามีอาการแผลพองรุนแรงหรือเกิดการติดเชื้อ หรืออาการไหม้ยังคงอยู่นานเกินกว่า 1 สัปดาห์  ถ้าไม่อยากถูกแสงแดดทำลายผิวพรรณ ก็ควรป้องกันโดยใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ที่เหมาะกับกิจกรรมประจำวันและผิวพรรณและควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด หรือหมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ
เครดิต: มติชนออนไลน์


SpectraBan Sunscreen SPF 50 ปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวี (20 g.) 490 บาท
From 350 บาท

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว : กะปิคั่ว

ชามเครื่องปรุง กะปิคั่ว

  1. ปลาช่อนย่างตัวขนาดเล็ก 1 ตัว
  2. กะปิดีอย่างขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  3. มะพร้าวขูดครึ่งกิโลกรัม
  4. หัวหอมแดง 7 หัว
  5. กระเทียม  1  หัว
  6. พริกไทย   5 เม็ด
  7. ตะไคร้ 1 ต้น
  8. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1 เม็ด
  9. รากผักชี  5 ราก
  10. พริกชี้ฟ้า เขียวแดง และ เหลือง อย่างละ  3- 4 เม็ด
  11. กระชาย 3 ราก
  12. เครื่องปรุง   เกลือ น้ำตาล ตามชอบ

ชามวิธีทำ กะปิคั่ว

1.  ย่างปลาช่อนทั้งตัวให้เหลือง แล้วแกะเอาแต่เนื้อ

2. พริกแห้งผ่าแกะเม็ดออก  แช่น้ำให้นิ่มแล้วบีบให้แห้ง  ใส่ครก พร้อม หัวหอม กระเทียม พริกไทย  ตะไคร้  รากผักชี  กระชาย 

3  โขลกส่วนผสมเข้ากันให้ละเอียด ใส่ปลา  และกะปิย่าง โขลกให้ละเอียดอีกครั้ง

4. คั้นกะทิประมาณ 4 –5 ถ้วย ตักแบ่งไว้ครึ่งถ้วย

5. นำกะทิส่วนที่เหลือใส่เครื่องแกงที่โขลกเข้ากัน  ยกขึ้นตั้งไฟแรงปานกลาง

6. หมั่นคนบ่อย ๆ เคี่ยวจนข้น เติมน้ำตาลปรุงรส

7. ใส่พริกชี้ฟ้าที่เด็ดก้านออกออกให้หมด

8 พอเดือดใส่หัวกะทิที่แบ่งไว้ 

9. เมือเดือดอีกครั้งให้ยกลง  รับประทานกับปลาดุกฟู และ ผักดิบ

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ขจัดคราบลิปสติกในเสื้อผ้า ด้วยสเปรย์แต่งผม

 

การขจัดคราบลิสติกในเสื้อผ้า

รอยคราบลิปสติก อาจจะทำให้คุณหนุ่ม ๆ ภูมิใจในความเจ้าเสน่ห์ของตน  แต่ถึงตอนที่จะต้องซักคราบออกนี่ซิ   เชื่อว่าคนซัก อาจจะแอบบ่นอุบ เพราะมันเป็นคราบที่ซักออกไม่ง่ายเลย  แต่วันนี้มีเทคนิคเล็ก ๆ ที่ทำให้คราบลิปสติกเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปแล้วค่ะ  วิธีการขจุัดคราบลิปสติกตามเสื้อผ้าออกให้ง่าย  ก็อาศัยสเปรย์แต่งผมของคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงก็ได้   ฉีดทิ้งไว้ สัก 10 นาที หลังจากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดออก หรือใช้ฟองน้ำ ชุบน้ำเช็ดออก แล้วค่อยซักตามขั้นตอนปกติต่อไป  แค่นี้คราบลิปสติกก็เป็นอันโบกมือลาจากเสื้อผ้าสวย ๆ ได้แล้วค่ะ

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความรู้คู่ครัว : การทำความสะอาดกระทะที่มีรอยไหม้

 

การทำความสะอาดกระทะที่มีรอยไหม้

อุปกรณ์คู่ครัว  ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคุณแม่บ้านทั้งหลาย  วันนี้เก็บเคล็ดลับในการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัว  นั่นคือ กระทะที่มีรอยไหม้มาฝากค่ะ

อุปกรณ์ในการขจัดคราบให้กระทะไหม้

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาคราบไหม้ในก้นกระทะ  คือ  อุปกรณ์ที่หาไม่ยากนัก นั่นคือ น้ำส้มสายชู และเบกิ้งโซดาค่ะ

วิธีในการขจัดคราบไหม้เริ่มจาก

การนำนำใส่ในกระทะ  เติมน้ำส้มสายชูไปสักนิด  แล้วนำขึ้นต้มในไฟร้อน  พอเริ่มเดือด ยกลง เติมเบกิ้งโซดา สัก 2 ช้อนชาลงไปในกระทะ   แล้วนำฝอยขัดมาทำความสะอาดก้นกระทะ  หากยังคงมีร่องรอยไหม้หลงเหลืออยู่  ให้เติมน้ำและเบกิ้งโซดาลงไป แล้วขัดถูออก เช่นเดิม  ในไม่ช้า  กระทะที่มีรอยไหม้ก็จะเหมือนใหม่เช่นเดิมแล้วค่ะ

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปัญหารอยแตกลายในผิวหนัง (Striae distensae)

รอยแตกลาย (Striae distensae)

เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจน  พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก คนที่กินยาสเตียรอยด์นานๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่ และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มีสเตียรอยด์ความเข้มข้นสูงนานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้   ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อยๆ อาจค่อยๆ จางลงได้

 

รอยแตกลาย

                                                  Source: rockmefabulous.com via April on Pinterest

 

การรักษารอยแตกลาย

1.ทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ

2.การรักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยแดง ในระยะที่รอยแตกลายยังเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพู

3.การใช้โปรแกรมการรักษาช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตัวขึ้นได้บ้าง

4.การใช้ Carboxytherapy เพื่อเพิ่มการไหล เวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน

การรักษารอยแตกลายมีวิธีการรักษาอยู่หลากหลายวิธี การที่คุณจะเลือกวิธีการรักษาด้วยวิธีการใดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความสามารถในการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง

เครดิต : http://www.skinhospital.co.th/

การถนอมริมฝีปากในช่วงหน้าหนาว

เข้าใกล้หน้าหนาวกันแล้ว ความชุ่มชื้นของผิวมักจะระเหยไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผิวตรงส่วนที่บอบบางอย่างบริเวณริมฝีปาก สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องนี้ เรามี "เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลริมฝีปาก" มาฝากกันค่ะ
:: วิธีถนอมริมฝีปากอย่างถูกวิธีที่สามารถทำด้วยตัวเองง่ายๆ

 


ริมฝีปากแดงดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 4-6 แก้ว เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งหรือแตกลอกเป็นขุยได้ง่าย

 
ริมฝีปากแดงก่อนนอนควรทาลิปกลอส หรือลิปมันเป็นประจำเพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันริมฝีปากแตกหรือแห้งเป็นขุยได้


ริมฝีปากแดงเวลาที่ริมฝีปากเป็นแผล หรือเป็นขุย ไม่ควรที่จะแกะเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้อาการของแผลแย่ลงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้ปากที่ลอกหายยากอีกด้วย


ริมฝีปากแดงเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าลืม ทาลิปสติกที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสียูวี
ทำความสะอาดริมฝีปากให้สะอาดหมดจดทุกครั้งเมื่อมีการแต่งแต้มสีสันบนริมฝีปาก

เครดิต: http://www.manager.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เมนูเข้าครัว น้ำมะขามป้อม

ฤดูฝนทีผ่านมา มะขามป้อมหน้าบ้าน ดอกบานสะพรั่ง ส่งผลให้ปีนี้มีลูกมะขามป้อมดกเต็มต้น  วันว่างจึงเก็บมาลองทำน้ำมะขามป้อมรับประทาน  สรรพคุณน้ำมะขามป้อมมีสรรพคุณมากมายค่ะ

สรรพคุณน้ำมะขามป้อม

น้ำมะขามป้อมช่วยทำให้ชุ่มคอ น้ำมะขามป้อมแก้ไอ น้ำมะขามป้อมสามารถบำรุงตับ น้ำมะขามป้อมแก้หวัด น้ำมะขามป้อมแก้กระหายน้ำ น้ำมะขามป้อมลักปิดลักเปิด น้ำมะขามป้อมแก้ท้องผูก น้ำมะขามป้อมแก้ปวดฟัน

ส่วนผสมน้ำมะขามป้อม

  • เนื้อมะขามป้อม     400    กรัม
  • น้ำ                       

ส่วนผสมน้ำเชื่อมน้ำมะขามป้อม

  • น้ำตาลทราย          150    กรัม
  • กรดมะนาว             2.0    กรัม
  • เกลือ                     0.7     กรัม
  • น้ำ

วิธีทำน้ำมะขามป้อม

  1. ผสมเนื้อมะขามป้อม  400  กรัม กับน้ำ  300   ด้วยเครื่องตีปั่นไฟฟ้าให้ละเอียด แล้วกรอง
    จะได้น้ำมะขามป้อม
  2. ผสมน้ำตาลทราย  กรดมะนาว เกลือ น้ำ ต้มให้เดือด กรอง ทิ้งไว้ให้เย็น
  3. ผสมน้ำมะขามป้อมกับน้ำเชื่อมในเครื่องตีปั่น  แล้วกรอง บรรจุขวดที่ฆ่าเชื่อ  โดยการลวกน้ำร้อน
  4. การบริโภค  โดยการแช่เย็น หรือบริโภคกับน้ำแข็ง

 

มาดูแลผิวสาวในหน้าหนาวกันเถอะ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลมหนาวมาเยือนประเทศไทยได้สัก 2-3 วันแล้ว  ถึงแม้ฤดนี้จะมีสีสันของเสื้อผาสีฉุดฉาดให้ดูสดใสงามตา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่เชื่อได้ว่า สาว ๆ หลายๆ คน ก็คงบ่นเบื่อกับ อากาศที่แห้ง  ส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นแห้งเหี่ยว  ดู
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่งามตา  วันนี้ผ่านไปเจอเคล็ดลับดุแลผิวสาว ในฤดูหนาว จึงหยิบมาฝากกันค่ะ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Source: beautybets.com via Kami on Pinterest

อาบน้ำอุ่นน้อยลง อาบน้ำเย็นบ้าง

วิธีดูแลผิวสาวข้อแรก นั่นคือการอาบน้ำค่ะ สาวๆอาจชินกับการอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ความรู้สึกสบายตัว แต่สำหรับหน้าหนาวแล้วการอาบน้ำอุ่นเป็นประจำนั้นจะไปชะล้างเอาไขมันในชั้นผิวให้ออกไปจากผิวเกินความจำเป็นและส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น รวมถึงลดความสามารถในการเก็บกักความชุ่มชื้นยิ่งไปกว่านั้นผิวที่แห้งตึงและขาดไขมันนั้นอาจจะตอบสนองกับครีมบำรุงได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นในตอนเช้าจึงอยากแนะนำสาวๆว่าลองอาบน้ำในอุณหภูมิห้องซึ่งจะไม่เย็นมากจนเกินไปหรืออาบน้ำอุ่นแล้วปิดท้ายด้วยน้ำเย็นก็พออนุโลมค่ะซึ่งจะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายพร้อมกับอากาศในช่วงเช้าได้ดียิ่งขึ้นทำให้ผิวรู้สึกกระชับ ทาครีมได้เรียบลื่นซึมง่ายอีกด้วยนะคะ

 

ขัดผิวในฤดูหนาวก็ได้นะ  มีประโยชน์เหมือนกัน
ฤดูกาลนี้กับผิวแห้งลอกเป็นของคู่กัน จนบางครั้งอาจทำให้สาวๆมีความเชื่อที่ว่าหน้าหนาวไม่ควรสครับผิว เพราะจะทำให้ผิวแห้งกร้านแต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆการสครับผิวถือเป็นกระบวนการคลาสสิคที่ช่วยให้ผิวคงความรู้สึกอ่อนเยาว์รวมถึงในหนาวนี้การสครับผิวจะช่วยเคลียร์ผิวชั้นบนสุดที่ส่วนมากเริ่มเสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและเมื่อสครับเสร็จแล้วสาวๆ จะได้ผิวที่เรียบเนียนช่วยให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงจากการทาโลชั่นหรือบอดี้ครีมได้อย่างเต็มที่และลดปัญหาผิวแห้งลอกอันเกิดจากความแห้งกร้านของอากาศในฤดูกาลนี้ดังนั้น ขอคอนเฟิร์มว่า เรายังสครับผิวได้เดือนละ 1-2 ครั้งตามปกตินะคะ

รักษาความชุ่มชื้นของผิว
สาวๆ อาจคิดว่าตอนนี้ที่อากาศยังปกติไม่หนาวไม่ร้อนไม่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วหนาวหลอกในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเริ่มลดลงแล้วค่ะ ดังนั้นผิวของสาวๆมีโอกาสแห้งตึงได้เช่นเดียวกัน ยิ่งสาวๆ ที่ต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำจะเริ่มรู้สึกว่าผิวเราเปลี่ยนไปนะ เช่น เวลาออกแดดผิวอาจรู้สึกยิบๆอันเนื่องมาจากผิวกายที่แห้งกร้านมีการขยายตัวที่รวดเร็วเมื่อเจอไออุ่นจากแสงแดด หรือสาวๆบางท่านจะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าในช่วงนี้ไม่ค่อยมีความมันวาวปรากฏให้เห็นนั่นแสดงว่าคุณได้รับอิทธิพลจากลมหนาวแล้วล่ะค่ะ

กินไขมันบ้างนะไขมันก็มีประโยชน์นะจ๊ะ
ในฤดูกาลนี้เป็นที่รู้กันของสาวๆ ญี่ปุ่นค่ะ ว่าจะต้องทานอาหารติดมันบ้างเพื่อเสริมให้ชั้นในมันในผิวมีความอิ่มฟู และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวสาวๆ จากแดนปลาดิบมักจะนิยมทานเบค่อนเพิ่มในมื้อหลักๆแต่สำหรับสาวไทยที่กลัวอ้วน การทานเบค่อนอาจทรมานใจเกินไปลองใช้เบบี้ออยล์นวดผิวให้ทั่วหลังจากสครับผิวแล้วก็จะช่วยให้ผิวมีความสามารถในการโอบอุ้มความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้นทดแทนกันได้ค่ะ

ทาโลชั่นให้ถูกวิธี
ถึง จะเบสิคแต่จำเป็นที่ต้องแนะนำค่ะ เพราะสาวๆ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบวิธีการทาโลชั่นที่ถูกวิธี เราได้เคล็ดลับนี้มาจากสปาชื่อดังของเมืองไทยค่ะ เทอราพิสแนะนำว่า ในการทาบอดี้ครีมหรือโลชั่น ไม่ใช่เพียงการกระจายครีมทั่วฝ่ามือแล้วลูบลงไปบนผิวทันที เพราะนั่นจะทำให้สาวๆ ดูแลผิวได้อย่างไม่ทั่วถึง วิธีที่ดีและอยากบอกต่อคือ นวดครีมหรือโลชั่นบนฝ่ามือ จากนั้นตบๆ ครีมลงบนผิวให้ทั่วๆ บริเวณที่จะทาเป็นอันดับแรก และเมื่อทั่วถึงแล้ว จึงค่อยลูบตามแนวรูขุมขน ไม่ลูบย้อน เพื่อให้ผิวทุกส่วนได้รับการบำรุงอย่างทั่วถึง รวมถึงช่วยลดการเกิดขนคุดบนร่างกายอีกด้วยค่ะ

 

เครดิต :  http://www.healthupdatetoday.com/