วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประโยชน์และวิธีทำน้ำฟักข้าว

น้ำฟักข้าว

 

"ฟักข้าว" ไม้เลื้อยคล้ายตำลึง  ลูกไม่โตนัก  มีสรรพคุณมากมาย  รับประทานได้ทั้งยอดออก ผล รวมทั้งราก หรือเมล็ด ก็ยังใช้เป็นยาได้   ดิฉันเองมักเด็ดยอดมาผัดน้ำมันหอย  รสชาติคล้ายกับผัดผักบุ้ง  เพียงแต่ต้องเด็ดมือของฟักข้าวออกไป เพราะมันค่อนข้างแข็งนั่นเอง  ในผลของ ฟักข้าว  มี เบต้าแคโรทีน เป็นจำนวนมาก  โดยพบว่า เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอทถึง 10 เท่าเชียวนะ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารตั้งต้นของวิตามิน ซึ่ส่วนช่วยบำรุงสายตาได้อย่างดี และยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ   ทั้งนี้ ทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า ไลโคปีนจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวเป็นสารต้านมะเร็ง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนั้น หากจะบอกว่า ฟักข้าว เป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่ต้านมะเร็งได้ดีก็คงไม่ผิดนัก  วิธีในการทำน้ำฟักข้าวเพื่อรับประทานมีวิธีการดังนี้ค่ะ

สูตรง่ายๆ ที่ว่าก็คือ  การนำฟักข้าวมาผ่า  นำเมล็ดที่ได้ไปขูดเบาๆ กับตะแกรง เพื่อเอาเนื้อสีแดง ๆ ของมัน แล้วก็ผสมน้ำอุ่นลงไป  กรองสักเล็กน้อย ตักเนื้อของฟักข้าวมาปั่นให้ละเอียด นำส่วนผสมทั้งสองส่วน  ผสมกับ น้ำผลไม้ที่ขายตามท้องตลาด  โดยเลือกเอาน้ำผลไม้รวม  พอผสมเข้าด้วยกันแล้วรสชาติเยี่ยมทีเดียว ไม่ต้องเติมน้ำตาล ไม่ต้องปรุงรส  นำแช่ตู้เย็นไว้ดื่ม  อากาศร้อน ๆ อย่างนี้  ชื่นใจทีเดียว

 

 

 

Imarflex เครื่องปั่นน้ำผลไม้ - รุ่น IF-315 729 บาท
From 599 บาท

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีทำน้ำคลอโรฟิลล์ ปรับสมดุลร่างกาย

การทำน้ำย่านาง(น้ำคลอโรฟิลล์ฤทธิ์เย็น)  มีประโยชน์ช่วยปรับภาวะสมดุลของร่างกาย  วิธีทำเพียง นำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเท่าที่หาได้ ไม่ยาก ไม่ลำบาก เช่นย่านาง,ใบเตย,ใบบัวบก,หญ้าม้า,อ่อมแซบฯลฯ  วันนี้ เท่าที่หาได้ มีใบย่านาง1มัด ใบเตย5ใบ หญ้าม้า20ใบ  สูตรปรับได้ ตามภาวะของร่างกายของแต่ละคน คนผอมอาจลดใบเตยลงเหลือ3ใบก็ได้ครับ  ให้ยึดหลักดื่มแล้วสบายท้อง เบากาย มีกำลังครับ  ล้างใบย่านาง,ใบเตย,หญ้าม้าให้สะอาด ทั้งหน้าใบหลังใบ

ที่เห็นวางแนวตั้งเป็นใบเตย วางแนวนอนเป็นใบหญ้าม้า

หั่นซอยแล้วไม่เกิน1นิ้ว ซ้ายใบหญ้าม้า ขวาใบเตย
ใบหญ้าม้ามีรสหอมหวานเล็กน้อย ช่วยให้คลอโรฟิลล์มีรสอร่อยครับ


ใบย่านางมัดนี้ทั้งใบเล็กใบใหญ่ นับได้125ใบ

เตรียมน้ำแข็ง

เตรียมกระชอน

วางผ้าขาวบางบนกระชอน

ใส่ใบย่านาง,ใบเตย,ใบหญ้าม้า,น้ำกรองสะอาด พอประมาณ
ไม่มากหรือน้อยไป และน้ำแข็ง7ก้อน ลงในโถปั่น


กรองแล้วยังมีฟองมาก

ช้อนฟองออกแล้ว ได้น้ำย่างนาง(น้ำคลอโรฟิลล์)เข้มข้น
ความจริงฟองเป็นโปรตีน มีประโยชน์ ดื่มได้ไม่ต้องช้อนฟองออกก็ได้ครับ



จะผสมให้เจือจางมากหรือน้อย ตามความชอบของแต่ละคนก็ได้ โดยใช้ความรู้สึก ดื่มแล้วสบายครับ
เก็บได้นาน2วันในตู้เย็น ถ้าแช่ในช่องแช่แข็งเก็บได้นาน1-2เดือนครับ

ที่มา http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=54696.0

Arachi เครื่องปั่น อเนกประสงค์ 1.0 ลิตร รุ่น BL-12G (White/Pink) 599 บาท
From 399 บาท

การหุงต้มข้าวกล้อง

image

การต้มข้าวต้ม  ด้วยข้าวกล้อง  ก็คล้ายๆ กับการต้มข้าวต้มทั่วๆ ไป  เพียงแต่ว่า ข้าวกล้องต้องใช้เวลาในการหุงต้มนานหน่อย ดังนั้นคุณต้องใส่น้ำให้มากหน่อย  เพื่อจะให้ข้าวกล้องแตกเม็ด   และก่อนจะหุงข้าวต้มด้วยข้าวกล้อง ให้นำไปแช่น้ำก่อนต้มประมาณ 30 นาที ให้การหุงต้มง่าย ขึ้น  และเพื่อจะให้น่าทานมากขึ้น ให้คุณ   ใส่ข้าวเหนียวลงไปผสมด้วย กับใบเตยอีก 3-4 ใบ จะทำให้ข้าวต้มหอมและน่าทานมากขึ้นค่ะ

Hitachi หม้อหุงข้าว - รุ่น RZ-XMC18 OBK 1.8 ลิตร สีดำ 3,090 บาท
From 2,990 บาท

หุงข้าวกล้องอย่างไรให้นุ่มน่าทาน

 

rice

 

สำหรับใคร ๆที่รักสุขภาพ  ต้องรู้จักคุณค่าของข้าวกล้องเป็นอย่างดี  บางคนอยากรักสุขภาพ ต้องหน้าเบ้เพราะเคยรับประทานข้าวกล้องแข็งๆ รับประทานยากใช่ไหมคะ วันนี้มีวิธีการง่ายๆในการหุงข้าวกล้องให้นุ่มน่าทานมาฝากกันค่ะ  วิธีการง่าย ๆที่ว่า  คุณจำเป็นต้องหาหม้อหุงข้าวขนาดใหญ่หน่อย เพราะว่า ตอนที่ข้าวกล้องเดือด  น้ำมันจะล้นออกมา  หากหม้อความจุเล็ก ๆ รับรองว่าล้นออกมาจากหม้อข้าว  เพราะข้าวกล้องต้องหุงเป็นเวลานานกว่าข้าวสวยทั่วๆ ไปค่ะ    ดังนั้นแนะนำให้หุงคราวละมากๆ เก็บไว้ทานเลยดีกว่า    เพื่อที่จะให้ข้าวนุ่ม

1.ในการหุงข้าวกล้อง ใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน ก่อนทำการกดเปิดสวิตช์ On ในหม้อข้าวคุณ ต้องแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนจะนำไปหุง วิธีนี้จะทำให้ข้าวกล้องนุ่มน่าทานมากขึ้น

2. ก่อนการหุงข้าวกล้อง  หลังจากซาวข้าวเพื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ใสน้ำในหม้อข้าว คุณควรจะ บีบมะนาวสักครึ่งซีกใส่ลงไปด้วย ข้าวที่หุงเสร็จแล้วจะนุ่มฟูขึ้นหม้อ

หากทุกครั้งที่หุงแล้วทานข้าวกล้องไม่หมด  เมื่อทานไม่หมด ให้เก็บใส่ภาชนะใส่ตู้เย็นไว้ทานได้อีก  ต้องการนำมารับประทาน  ตักใส่จานอุ่นในไมโครเวฟตามปกติ  เพียงเท่านี้ ข้าวกล้องของคุณก็จะนุ่มน่ากิน และรับประทานได้นานแล้วค่ะ

Hitachi หม้อหุงข้าว - รุ่น RZ-XMC18 OBK 1.8 ลิตร สีดำ 3,090 บาท
From 2,990 บาท

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สมุนไพรใกล้ตัวรักษาแผลรองเท้ากัด

Shoe_High_Heel_clip_art_hight

1. น้ำมันมะพร้าว
          ของดีจากธรรมชาติไม่ว่าจะนำมารับประทานหรือใช้แบบไหนก็ดูเหมือน­­­­­จะได้ ประโยชน์ไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ใช้รักษาอาการรองเท้ากัด เพราะจะช่วยให้แผลรองเท้ากัดนั้นมีความชุ่มชื้น แถมน้ำมันมะพร้าวยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วยล่ะ เพียงนำน้ำมันมะพร้าวผสมกับการบูรแล้วทาบริเวณที่เป็นแผลวันละ 2 ครั้ง แผลก็จะหายเร็วขึ้น หรือถ้าอยากป้องกันไม่ให้มีแผลรองเท้ากัดตั้งแต่แรก ก็สามารถนำสำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดด้านในรองเท้าก่อนจะสวมใส่ก­­­­­็ได้ค่ะ

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

2. น้ำผึ้ง
น้ำ ผึ้งมีฤทธิ์ในการรักษาแผล และถูกใช้ในการรักษาบาดแผลกันมาช้านาน ลดอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยให้แผลเป็นที่เกิดจากรองเท้ากัดนิ่มลงอีกด้วย จะนำไปผสมกับน้ำมันงามาทาแผลหรือจะทาแผลด้วยน้ำผึ้งเลยก็ช่วยให­­­­­้แผลหาย เร็วได้เหมือนกันค่ะ

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

3. น้ำมันงาและผงขมิ้น
          น้ำมันงาและผงขมิ้นต่างมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันและรักษาแผลร­­­­­องเท้า กัดได้ทั้งนั้น โดยการนำน้ำมันงามาผสมกับผงขมิ้นแล้วพอกบริเวณที่เป็นแผล ผงขมิ้นจะช่วยลดการอักเสบและรักษาแผล ส่วนน้ำมันงาก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวบริเวณที่เป็นแผล ท­ำให้แผลหายง่ายขึ้น

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

4. มันฝรั่ง
มัน ฝรั่งบด หรือน้ำจากมันฝรั่งช่วยบรรเทาอาการอักเสบของแผลรองเท้ากัดได้ แถมยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น ยิ่งถ้าหากเติมน้ำมันสะระแหน่ และผงขมิ้นลงไปด้วยละก็ รับรองว่าแผลหายเร็วได้กลับมาใส่รองเท้าสวย ๆ เร็วขึ้นแน่นอน


5. ว่านหางจระเข้
          สมุนไพรที่เรารู้จักกันดีอย่างว่านหางจระเข้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยลดความร้อนและบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดบนผิวหน­­­­­ ัง ก็สามารถใช้ได้กับแผลรองเท้ากัดเหมือนกัน และก็ยังใช้ไม่ยากอีกด้วย แค่ฝานว่านหางจระเข้บาง ๆ มาวางที่แผลหรือจะใช้แบบเจลที่มีวางขายทั่วไปก็แล้วแต่ความสะดวก

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

6. น้ำแข็งก้อน
ถ้า หากเป็นแผลรองเท้ากัดแล้วเจ็บจนทนไม่ไหว แต่จะให้หาสมุนไพรมาทาเลยทันทีตอนที่อยู่ข้างนอกบ้านก็คงไม่สะด­­­­­วกละก็ มองหาน้ำแข็งก้อนมาประคบดูสิ ความเย็นของน้ำแข็งสามารถช่วยให้อาการเจ็บที่แผลรองเท้ากัดบรรเ­­­­­ทาลงได้ แต่ก็ควรนำน้ำแข็งห่อด้วยผ้าสะอาดก่อนแล้วค่อยประคบ ไม่อย่างน­ั้นอาจจะทำให้แผลถูกเชื้อโรคจนติดเชื้อได้

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

7. แป้งข้าวเจ้า
          สงสัยล่ะสิว่าแป้งข้าวเจ้าจะช่วยรักษาแผลรองเท้ากัดได้อย่างไร ขอบอกเลยว่าแป้งข้าวเจ้าช่วยรักษาแผลเป็นจากรองเท้ากัดให้นิ่มล­­งได้ โดยการนำไปผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีมแล้วพอกไว้บริเวณที่เ­­­­­ป็นแผล เป็น ทิ้งเอาไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ไม่เกิน 1 เดือนแผลเป็นก็จะหายไปอย่างแน่นอน

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

8. สะเดา
ฤทธิ์ ในการรักษาแผลและต้านการอักเสบของสะเดานั้นดีพอ ๆ กับผงขมิ้นเลยทีเดียว และยังช่วยลดความเจ็บปวดและรักษาแผลได้อีกด้วย ถ้าอยากลอง ให้นำใบสะเดามาฉีกให้พอแหลกแล้วนำไปปั่นรวมกับผงขมิ้นและน้ำต้ม­­­­­สุก นำมาพอกที่แผลวันละ 2 ครั้งไม่กี่วันแผลรองเท้ากัดที่กวนใจก็จะบรรเทาลงค่ะ
รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว
9. แอลกอฮอล์เช็ดแผล
          หลายคนอาจจะรู้สึกว่าวิธีนี้มันสุดแสนจะโหด เพราะแอลกอฮอล์เช็ดแ­ผลนั้นเวลาที่โดนแผลจะแสบสุด ๆ แต่ขอบอกว่าวิธีนี้ช่วยให้แผลรองเท้ากัดหายไวกว่าที่คิดนะ แถมยังฆ่าเชื้อโรคและลดการติดเชื้อได้อีกด้วย เพียงเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์วันละ 2-3 ครั้ง ไม่กี่วันแผลก็จะยุบลง

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

10. แอสไพริน
แผลรองเท้ากัดส่วนใหญ่เกิดจากการเสียดสีจนเกิดการอักเสบและบวม ดังนั้นวิธีการรักษาที่ง่ายสุด ๆ ก็คือการรักษาอาการอักเสบและอาการบวมนั่นเอง และยาแอสไพรินก็เป็นยาที่รักษาอาการอักเสบและลดอาการบวมแดงได้เ­­­­­ป็นอ ย่างดี เพียงแค่นำยาแอสไพรินมาบดเป็นผง ผสมน้ำให้เป็นเนื้อครีมแล้วพอกบริเวณแผลทิ้งเอาไว้ให้แห้งแล้วล­้างออก ทำซ้ำ 2 ครั้งต่อวัน ไม่กี่วันแผลก็หายแล้วล่ะ

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

11. ยาสีฟัน
          แปลกใจใช่ไหมล่ะว่า ทำไมยาสีฟันถึงสามารถรักษาแผลรองเท้ากัดได้ นั่นก็เป็นเพราะว่ายาสีฟันมีฤทธิ์เย็น ช่วยรักษาอาการบวมแดงและเป็นตุ่มน้ำใสได้ การใช้ยาสีฟันป้ายทิ้งไว้บริเวณแผลจะทำให้ตุ่มน้ำแห้งเร็วขึ้­น อีกทั้งยังสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดด้วย เช่นเดียวกับเวลาที่เรา­โดนน้ำร้อนลวก แค่เพียงนำยาสีฟันมาป้ายบริเวณแผลรองเท้ากัดแล้วท­ิ้งเอาไว้ 2 ชั่วโมง เช็ดออกให้สะอาดแล้วทาซ้ำด้วยเจลปิโตรเลียม ทำจนกว่าแผลจะหาย แค่นี้ก็เรียบร้อย

รองเท้ากัด รักษาได้ หายสนิท จากมิตรรักของใช้ใกล้ตัว

12. เลมอน
ปิด ท้ายกันด้วยเลมอน ที่แม้ว่าอาจจะทำให้แผลแสบสักเล็กน้อยแต่ขอบอกว่า ความเป็นกรดในเลม­อนสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคและบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ แถมยังช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นจากรองเท้ากัดได้ด้วย วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงนำสำลีชุบน้ำเลมอนเช็ดบริเวณแผล ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำวันละ 2 ครั้งประมาณ 1 สัปดาห์ แผลรองเท้ากัดก็จะหายค่ะ
หา ไม่ยากเลยใช่ไหมกับของเหล่านี้ที่ช่วยรักษาแผลรองเท้ากัดได้ สาว ๆ คนไหนที่มักจะโดนรองเท้ากัดบ่อย ๆ ก็ลองหามาใช้รักษาแผลกันนะ แต่ก็อย่าลืมหาทางป้องกันรองเท้ากัด อย่างเช่น การติดแผ่นกันรองเท้ากัดด้วยก็น่าจะดี จะได้ไม่ต้องทนเจ็บกับรองเท้าคู่สวยอีกต่อไปยังไงล่ะคะ

ที่มา http://health.kapook.com/view120585.html

Arcobareno รองเท้าหนังแท้ รุ่น Oxford-Hicut - สีน้ำตาลกากี 4,590 บาท
From 2,390 บาท

เลือกส้นสูงเพื่อรักษาสุขภาพเท้า

ส้นสูงกับสาวๆ เป็นของคู่กัน  จำได้ว่าตอนตัวกะเปี๊ยกดิฉันเคยขโมยส้นสูงแม่มาใส่เล่น  แล้วเดินส่ายไปมา  พอโตขึ้นส้นสูงคู่แรก  ก็สูงปรี๊ด แต่ปวดขาชะมัด  วันนี้เจอเทคนิคการเลือกรองเท้าส้นสูง  เพื่อสวมใส่ แล้วยังเป็นผลดีต่อสุขภาพเท้าของคุณด้วยค่ะ

1. เลือกซื้อส้นสูงตอนบ่าย  เพราะช่วงบ่ายเท้าของเราจะขยายตัวออกเต็มที  นั่นทำให้การเลือกซื้อรองเท้าส้นสูงจะใส่ได้พอดีเท้า ไม่รัด ไม่อึดอัดจนเกินไปนั่นเอง

2. รองเท้าส้นสูงตั้งแต่ 2 นิ้วขึ้นไป ให้หลีกเลี่ยงการใส่เดินติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ  เพราะเท้าของคุณต้องรับภาระน้ำหนักและการทรางตัวที่มากเกินไป ทำให้เมื่อยได้ง่าย

3. เท้าของเรามีการเปลี่ยนแปลงขนาดตลอดเวลา ดังนั้นคุณควรสำรวจขนาดเท้าบ่อยๆ และเปลี่ยนไซส์ของรองเท้าเสียด้วย

 4. ซื้อรองเท้าเมื่อไหร่ ควรเลือกเหมาะกับขนาดรองเท้า ไม่ใช่สวยถูกใจแล้วเลือกมาใส่ แต่ขนาดไม่พอดี  ดังนั้น เลือกตัดสินใจให้ถูกค่ะ ว่าใส่พอดี สบายหรือเปล่า

Cinzia Wedges Sandals 7146 - Grey 1,690 บาท
From 290 บาท

 

 

5. วันไหนกลับมาเหนือย ๆ  ลองแช่น้ำอุ่น ๆ ดูนะคะ  หรือหากเท้าบวมมาก ให้คุณแช่เท้าลงในน้ำเย็น หรือล้างเท้าด้วยน้ำเย็ฯ  มันจะบรรเทาอาการเท้าบวมของคุณได้

6.รองเท้าส้นเข็มที่สูงมากและมีหน้าเท้าแคบ  ไม่ได้ทำให้ปวดแค่เท้าเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงปวดเอวและหลังช่วงล่างอีกด้วย  หลีกเลี่ยงได้ก็อย่าใส่เลยค่ะ
7. รองเท้าส้นเตารีด  อาจเหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยากให้ตัวเองสูงเพรียวขึ้น  ส้นหนา ๆ ช่วยให้คุณเดินง่ายกว่า ไม่ปวดขา  เพราะส้นหนา รองรับน้ำหนักได้ดีกว่า ค่ะ

8. หากใส่รองเท้าแล้วเกิดการเสียดสีมีตุ่มน้ำใส ๆ พองขึ้นมา ลองซื้อแผ่นแปะหลังรองเท้ามาติด ก็จะช่วยแก้ปัญหาการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าได้ค่ะ

9. รองเท้าที่ทำจาก"หนัง" เป็นวัสดุในการทำรองเท้าที่ดีที่สุด ยิ่งใส่ก็ยิ่งนิ่ม แถมมันยังมีความยืดหยุ่นสามารถขยายทำให้ไม่บีบรัดเท้ามากเกินไป เท้าและนิ้วเท้าจึงมีพื้นที่สำหรับหายใจบ้าง ถึงราคารองเท้าหนังแท้จะแพงกว่าวัสดุอื่น ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ดีกว่าซื้อรองเท้าจากวัสดุที่ใส่ไม่สบายเท้ามา แบบนี้ไม่เพียงเจ็บเท้า แต่ยังลามไปถึงการเจ็บปวดที่ส่วนอื่น ๆของร่างกายได้ด้วยนะ

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประโยชน์ของการดื่มน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์หลายอย่าง  ซึ่งบางท่านอาจยังไม่ทราบว่า ประโยชน์เหล่านี้มีอะไรบ้าง วันนี้เก็บเอาประโยชน์ของการดื่มน้ำมันมะพร้าว  มาร่วมแชร์ค่ะ

CHAOKOH น้ำมันมะพร้าว บริสุทธิ์ 100% สกัดเย็น ตรา ชาวเกาะ ขนาด 200 ml. จำนวน 3 ขวด 600 บาท
From 507 บาท

 

 

 

1. กินแล้วไม่อ้วน

น้ำมัน มะพร้าวให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น นั่นคือ 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ในขณะที่น้ำมันชนิดอื่นให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม มีกรดไขมันอิ่มตัวที่ไม่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมนานถึง 24 ชั่วโมง ทำให้อาหารหรือปริมาณแคลอรีถูกนำไปเผาผลาญมากขึ้น ไม่เหลือเป็นแคลอรีส่วนเกิน ที่จะถูกสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน

 2. กระตุ้นการขับถ่าย

          น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ใหญ่ จึงช่วยกระตุ้นการขับถ่าย สำหรับคนที่กินน้ำมันมะพร้าวในระยะแรกอาจมีอาการท้องเสีย ถือว่าเป็นอาการปกติ แต่ถ้าหากกินไปสักระยะแล้วยังมีอาการท้องเสียอยู่ ควรหยุดทาน เพราะน้ำมันมะพร้าวอาจไม่เหมาะกับธาตุในร่างกาย

 3. บำรุงกำลัง

น้ำมันมะพร้าวนั้นกินแล้วย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญได้ทันที อีกทั้งกินแล้วอิ่มนาน จึงทำให้ร่างกายมีกำลังเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวจึงถูกนำไปบำรุงกำลังแก่นักกีฬาทั้งแบบชงดื่ม และแบบแท่ง รวมถึงเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุด้วย

 4. ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อม

          น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต

 5. บำรุงกระดูก

สาร อาหารในน้ำมันมะพร้าวนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อความ­แข็งแรง ของกระดูก ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม จึงช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก ไม่ให้เปราะ แตกหักง่าย

 6. บำรุงครรภ์

          น้ำมันมะพร้าวถือว่าเป็นอาหารที่ดีต่อคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่รับประทานน้ำมันมะพร้าวในช่วงตั้­งครรภ์ ก็จะช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ดี และเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำนมแม่อีกด้วย เพราะในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม ที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งป้องกันภาวะกระดูกพรุน หรือการสูญเสียแคลเซียมของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย

 7. ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

          ในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวติดต่อกันทุกวันในปริมาณเพียงเล็กน้อ­ยจะช่วยให้ คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น และยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดความเครียด และอาการอ่อนเพลียได้ด้วย

 8. ลดการอักเสบและติดเชื้อ

น้ำมัน มะพร้าวสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อได้ เพราะกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะถูกเปลี่ยนเป็น สารมอโนลอริน (monolaurin) มีคุณสมบัติสร้างภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย ถือเป็นเป็นทั้งยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจ­ากการติด เชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่เริม คางทูม เจ็บคอ

 9. บำรุงสุขภาพในช่องปาก

          น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก อันเป็นสาเหตุให้เกิดคราบพลัคที่จะนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ภายในช่องปาก เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกช้ำ บวม แดง หรือเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงอาการติดเชื้อบริเวณลำคอด้วย วิธีใช้คือนำน้ำมันมะพร้าวมาอมบ้วนปากครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 1 ครั้ง

 10. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

น้ำมัน มะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงถึงร้อยละ 92 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังมีวิตามินไบโอที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งผิวหนัง

ที่มา  ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

ขจัดรอยดำตามขาหนีบและข้อพับ

 

วันนี้มีวิธีง่ายๆ ในการแก้ปัญหารอยดำตามขาหนีบและข้อพับ  โดยใช้วัตถุที่มีอยู่ในครัวเรือน   สามารถทำได้จริง  ถึงแม้การใช้สมุนไพรหรือวัสดุในธรรมชาติจะได้ผลช้า  แต่ประหยัดและได้ผลจริง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ  ลองนำไปทดลองใช้กันดูค่ะ

ขาหนีบและข้อพับดำ

1.  ใช้มะขามเปียกขัดบริเวณข้อพับ ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำมะขามเปียกประมาณ 4-5 ชิ้น และนมสด 1 แก้ว ขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพอกขัดถูเบา ๆ ที่บริเวณที่เป็นรอยดำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รอยดำจะค่อย ๆ จางลง หรือใครสะดวกจะขัดทั้งตัวก็ได้ จะได้มีผิวพรรณที่กระจ่างใส เปล่งปลั่ง และเนียนนุ่มทั้งตัวเลยจ้า
2.ใช้มันฝรั่งแช่เย็น + น้ำมะนาว + น้ำมันมะกอก ขัดรอยดำ ขั้นตอนแรกให้สาว ๆ หั่นมันฝรั่งที่แช่เย็นให้เป็นแผ่นบาง ๆ นำมาวางบริเวณข้อพับที่เป็นรอยดำทิ้งไว้ 15-20 นาที หลังจากนั้น คั้นน้ำมะนาว 2 ลูก ผสมกับน้ำมันมะกอก คนให้เข้ากัน แล้วนำมาถูบริเวณข้อพับประมาณ 3 นาที จึงค่อยออกด้วยน้ำสะอาด
3.ใช้สครับสูตรธรรมชาติ อย่างเช่น จมูกข้าว ขัดถูเบา ๆ เวลาอาบน้ำ หรือจะใช้ผงสมุนไพร ที่มีส่วนผสมของขมิ้น มาถูนวดเบา ๆ บริเวณที่มีรอยคล้ำ ก็จะช่วยแก้อาการข้อพับดำได้ไม่น้อย
4.ทาเบบี้ออยล์ขณะที่ผิวเปียก เมื่ออาบเสร็จแนะนำให้สาว ๆ ทาเบบี้ออยล์ขณะที่ผิวเปียก แล้วจึงเช็ดตัวให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผิวบริเวณที่หยาบกระด้างค่อย ๆ ปรับสภาพให้นุ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ และจะหายจากอาการหยาบกระด้างในที่สุดค่ะ

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีทำปลาร้ารับประทานด้วยตนเอง

อาหารอีสาน ที่ขึ้นชื่อคือปลาร้า  ไม่ใช่ว่าชอบเฉพาะ คนอีสาน ปลาร้าได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกทีเดียว  สำหรับใครที่อยากลองทำปลาร้าเพื่อรับประทานเอง วันนี้นำเอาวิธีการทำปลาร้าด้วยตนเองมาฝากกันค่ะ

image

  • ขั้นตอนแรก นำปลาที่จะใช้หมักมาล้างให้สะอาด ขอดเกล็ดให้สะอาดหากเป็นปลาขนาดใหญ่ จากนั้นเอาไส้และขี้ปลาออกด้วยสำหรับปลาขนาดใหญ่ เมื่อล้างเสร็จแล้วนำปลาไปวางพักไว้ที่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
  • จากนั้นเตรียมส่วนผสม ได้แก่ เกลือ ข้าวคั่ว หรือรำ โดยใช้ปลา 6 ถ้วย เกลือ 2 ถ้วย และข้าวคั่วหรือรำ 1 ถ้วย แล้วคลุกให้เข้ากัน เมื่อได้ที่แล้วตัวปลาจะแข็ง หากปลายังเละอยู่ให้ใส่เกลือแล้วคลุกอีกครั้ง
  • นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ภาชนะที่ล้างสะอาดแล้ว เช่น โหล ไห หรือตุ่ม ใส่ปลาให้ต่ำกว่าขอบปากภาชนะเล็กน้อย จากนั้นใช้ผ้าหรือพลาสติกปิดปากภาชนะให้สนิท หากเป็นไหแล้วนั้นจะนิยมนำผ้าห่อขี้เถ้าให้เป็นก้อนแล้ววางปิดทับที่ปากไห เพื่อกันแมลงวันไม่ให้ไปวางไข่ เพราะหากวางไข่แล้วจะเกิดหนอน
  • หมักทิ้งไว้จนมีน้ำเกลือท่วมตัวปลา แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของปลา อย่างน้อยควรหมัก 5-8 สัปดาห์ หรือนานถึง 1 ปี หากเป็นปลาร้าแล้วตัวปลาจะมีสีแดงขึ้น ก็สามารถนำมาทานได้แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปลาร้าทอด

 

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารเรื่องผู้หญิง ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

อร่อยกับปลาร้าทอด

วันนี้มาชวนเข้าครัวทำปลาร้าทอดกันค่ะ   โดยมีเครื่องส่วนผสมและเครื่องปรุงดังนี้

  • ปลาร้าชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น หรือเลือกเป็นตัว ๆ 1 ตัว
  • หอมแดงซอย 3 หัว
  • กระเทียมหัวใหญ่ 3 หัว
  • พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด (ถ้าชอบทานเผ็ดสามารถเพิ่มได้ตามใจชอบ)
  • น้ำมัน
  • แป้งสาลี หรือแป้งโกกิ
  • มะนาวครึ่งลูก

ปลาร้าทอด

1.  นำปลาร้าคลุกกับแป้งสาลี หรือแป้งโกกิ   ติดเตาตั้งกะทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่ปลาร้าที่เตรียมไว้ ทอดให้สุกทั้งสองด้าน เมื่อสุกแล้วใส่ตะแกรงพักไว้
2. เตรียมจานสำหรับเสิร์ฟ นำปลาร้าทอดจัดใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมแดงซอย กระเทียมซอยหยาบ ๆ บีบมะนาวโรยหน้า ยกเสิร์ฟได้เลย

เสร็จแล้วน้ำลายไหล  หอมกรุ่นทีเดียวค่ะ

วิธีปรุงอาหารที่ทำจากปลาหมึกให้อร่อยไม่คาว

อาหารแต่ละชนิด  ก็ต้องมีเทคนิคในการปรุงเพื่อที่จะได้อร่อย  เคยดูภาพยนต์เกาหลีแดจังกึม  ต้องคาราวะวิธีการปรุงอาหารของแม่ครัวทีเดียว  แหมกว่าจะอร่อยได้ขนาดนี้  ต้องเรียนรู้กันมากทีเดียว วันนี้นำวิธีการปรุงอาหาร ที่มีปลาหมึกเป็นส่วนประกอบมาฝากค่ะ  สำหรับวิธีการประกอบอาหารแต่ละชนิด  ควรเลือกปลาหมึกให้เหมาะด้วยนะคะ   สำหรับวิธีการปรุงอาหารมีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

image

1.ให้ใช้ไฟแรงและใช้เวลาในการปรุงสั้น  อย่าใช้เวลานาน ไม่เช่นนั้นปลาหมึกเหนียว ไม่อร่อยค่ะ

2 .ก่อนนำมาปรุง ให้บั้งตัวปลาหมึกเป็ฯตาราง จะได้ทำให้เครื่องปรุงเข้าไปในตัวปลาหมึก  ได้ดี เพราะปลาหมึกเนื้อเหนียวนั่นเอง วิธีการบั้นก็

โดยใช้มีดคมๆเอียง 45 องศาแล้วบั้งถี่ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้ง่าย

3. วิธีล้างปลาหมึกไม่ให้มีกลิ่นคาวควรบีบมะนาวลงไปในน้ำที่ใช้ล้างจะช่วยดับกลิ่นได้

4.หากต้องการเก็บไว้ยังไม่ได้นำมาปรุง  วิธีการก็เพียง เมื่อบั้งตัวปลาหมึกและหั่นเป็นชิ้นตามต้องการแล้วให้นำไปลวกในน้ำร้อนที่เดือดจัดแล้วรีบตักขึ้นอย่าให้สุกเกินไปเพราะจะทำให้ปลาหมึกเหนียว หากลวกแล้วปรุงอาหารไม่หมดก็สามารถเก็บใส่ภาชนะนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ได้  ต่อจากนั้นเมื่อกต้องการนำมาประกอบอาหาร   ให้นำเนื้อปลาหมึกที่หั่นไว้มาคลุกกับแป้งมันหมักทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อนำมาปรุงอาหารจะทำให้เนื้อปลาหมึกกรอบอร่อย

วิธีล้างปลาหมึกให้ขาวและไม่มีกลิ่นคาว

อาหารทะเลเป็น อาหารที่ได้รับความนิยมพอสมควร  ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึก  กุ้ง หอย  วันนี้เราจึงนำเสนอวิธีล้างปลาหมึกและกุ้งไม่ให้คาว มาร่วมแชร์  วิธีการง่ายๆ คือ ระหว่างล้างปลาหมึกหรือกุ้ง ให้บีบมะนาวลงไปในน้ำที่ใช้ล้าง เพื่อจะช่วยลดกลิ่นคาว และยังทำให้ปลาหมึกมีเนื้อขาวขึ้นอีกด้วย หรือหากไม่มีน้ำมะนาว  ให้ใช้น้ำส้มสายชู ประมาณ 2 ช้อนชา ใส่ลงไป แช่ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง ตั้งทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงนำมาประกอบอาหาร 

 

image

พับเสื้อยืดง่ายๆ ลดเนื้อที่ให้น้อยที่สุด

สำหรับช่วงของการเดินทาง   หากเราสามารถพับเสื้อผ้า  แพ็คกระเป๋าโดยกินพื้นที่ให้น้อยที่สุด  นั่นคือจะช่วยทำให้เราเดินทางได้สะดวกที่สุด คุณว่าไหม  วันนี้นำเทคนิคในการพับเสื้อยืดไม่ให้ยับยู่ยี่มากมาย  แถมกินเนื้อที่ในกระเป๋าคุณได้น้อยที่สุด ที่สำคัญพกพาสะดวกด้วยนะ   ถามว่าโม้ไปหรือเปล่า  ไม่เลย ถ้าคุณเห็นไอเดียในการพับเสื้อยืดแบบนี้ คุณอาจร้องโอ้โห ทำได้ไง

image

กางเสื้อยืดที่คุณต้องการพับออกมา
image



พับชายเสื้อตอนท้ายขึ้น  โดยพลิกข้างนอกออก ประมาณ 1 นิ้ว ทั้งข้างบนและล่าง
image

พับด้านข้างของเสื้อยืดให้ขอบเสื้อมาอยู่กึ่งกลางของตัวเสื้อ 
image

พับเก็บแขนเสื้อ  ดังภาพ
image

พับอีกข้างของตัวเสื้อ  โดยให้ชายเสื้อมาทบกับอีกด้าน

 
image

พับเก็บแขนเสื้อเช่นเดียวกัน
image

หันด้านคอเสื้อเข้ามาหาตัวแล้วเริ่มพับม้วน ดังภาพ โดยให้ชายเสื้ออยู่ตรงกันข้าม
image

เมื่อม้วนมาจนถึงปลายเสื้อ  ให้ดึงชายเสื้อที่พับไว้ประมาณหนึ่งนิ้ว  มาปิดทับเสื้อที่ม้วนมาจากคอเสื้อ


image

เพียงเท่านี้ก็จะได้ package ใหม่ให้เสื้อยืดของคุณแล้วค่ะ
image

พกพาสะดวก แถมดึงออกง่ายด้วยค่ะ ไม่ยับง่ายและประหยัดพื้นทีใช้สอยไปได้เยอะทีเดียว

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากวีดีโอด้านล่างนี้ค่ะ